สมาคมตำรวจเชิดชู “ทีมปราบตัวจริง” “จิรภพ–นพศิลป์–ทินกร–ธีรเดช” รับเกียรติคุณ ลุยทลาย “นอมินี–สแกมเมอร์–ฟอกเงิน” ตัดเส้นเงินอาชญากรรมข้ามชาติ

สมาคมตำรวจมอบโล่–ประกาศเกียรติคุณ 10 หน่วยงาน 38 บุคคล ผลงานเด่นปราบ “นอมินี–สแกมเมอร์–ฟอกเงิน” ผนึกกำลัง ตร.–DSI–ปปง. จาก “จับคน” สู่ยุทธศาสตร์ “ตัดเส้นเงิน–ยึดทรัพย์–ทลายเครือข่าย” สาวถึงตัวการเบื้องหลัง ส่งสัญญาณประเทศไทยไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยของอาชญากรรมข้ามชาติ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 31 ส.ค. 2569 ที่ห้องประชุมบุณยะจินดา 4 อาคารสโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.อ.ปัญญา มาแม่น นายกสมาคมตำรวจ เป็นประธานในพิธีมอบโล่และใบประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ผู้มีผลงานดีเด่นด้านการสืบสวนสอบสวนและบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะภารกิจปราบปรามขบวนการนอมินีคนต่างด้าว สแกมเมอร์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมข้ามชาติ และการฟอกเงิน โดยมี พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงษ์ อดีต ผอ.สลากกินแบ่งรัฐบาล พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองนายกสมาคมตำรวจ พร้อมด้วยคณะกรรมการ และที่ปรึกษา

พิธีครั้งนี้ถือเป็นการเชิดชู “คนทำงานแนวหน้า” จากหลายหน่วยงาน ซึ่งร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจปราบอาชญากรรมที่มีโครงสร้างซับซ้อนและเชื่อมโยงข้ามประเทศ ทั้ง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
บุคคลสำคัญที่เข้ารับการเชิดชูเกียรติ ประกอบด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมทีมตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และชุดปฏิบัติการปราบปรามนอมินี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. รวมถึง พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พร้อมชุดปฏิบัติการตำรวจไซเบอร์ และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พร้อมชุดสืบสวนนครบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ DSI ปปง. และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการสำคัญอีกหลายชุด

เบื้องหลังรางวัลครั้งนี้ ไม่ได้อยู่เพียงจำนวนคดีหรือจำนวนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม แต่เป็นผลจากการทำงานที่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ “คน–บัญชี–บริษัท–ทรัพย์สิน–เส้นทางการเงิน” เพื่อสาวให้ถึงตัวการและผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง
สมาคมตำรวจระบุว่า อาชญากรรมในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะขบวนการสแกมเมอร์ อาชญากรรมออนไลน์ นอมินีต่างชาติ และการฟอกเงิน ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ มีการใช้เทคโนโลยี บริษัท บัญชีธนาคาร บุคคลอื่นถือครองทรัพย์สินแทน รวมถึง “บัญชีม้า” เพื่อซ่อนหรือยักย้ายผลประโยชน์ที่ได้จากการกระทำผิด
การปราบปรามจึงไม่อาจจบลงเพียงการจับกุมผู้กระทำผิดที่อยู่ปลายทาง แต่ต้องขยายผลไปให้ถึง “ตัวการ–เครือข่าย–เส้นทางเงิน–ทรัพย์สิน” เพื่อทำลายโครงสร้างทางเศรษฐกิจขององค์กรอาชญากรรมให้หมดความสามารถในการกลับมาก่อเหตุซ้ำ นี่จึงเป็นที่มาของแนวทางบังคับใช้กฎหมายยุคใหม่ ที่ต้องเดินหน้าให้ครบวงจร ตั้งแต่สืบสวน จับกุม ตรวจสอบธุรกรรม ติดตามทรัพย์สิน ยึดและอายัดทรัพย์ ดำเนินมาตรการทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ตลอดจนผลักดันให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกลับคืนสู่ผู้เสียหายและประชาชนให้ได้มากที่สุด

สำหรับการมอบรางวัลครั้งนี้ สมาคมตำรวจกำหนดประเภทผลงาน หรือกิจกรรมที่สมควรได้รับการพิจารณายกย่องไว้รวม 9 ประเภท โดยรอบนี้พิจารณามอบรางวัลใน 2 ด้านสำคัญ
ด้านแรก คือ การสืบสวนสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับคดีนอมินีคนต่างด้าว ซึ่งเป็นภารกิจในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการนำบุคคลสัญชาติไทยมาเป็นตัวแทนถือครองทรัพย์สิน หรือประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าวโดยมิชอบ ซึ่งอาจสร้างผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจของประเทศ
อีกด้าน คือ การสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยเฉพาะเครือข่ายหลอกลวงประชาชน สแกมเมอร์ อาชญากรรมออนไลน์ บัญชีม้า การโอนและยักย้ายทรัพย์สิน ตลอดจนการนำเงินหรือทรัพย์สินจากการกระทำผิดเข้าสู่กระบวนการฟอกเงินเพื่ออำพรางแหล่งที่มา

ภารกิจทั้งสองด้านมีจุดร่วมสำคัญ คือ “เส้นทางการเงิน” เพราะเมื่อสามารถตามเงินได้ ก็สามารถเชื่อมโยงจากผู้กระทำผิดระดับปฏิบัติการไปถึงผู้สั่งการ ผู้สนับสนุน และผู้ได้รับผลประโยชน์เบื้องหลังได้ ผลงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปปง. และ DSI จึงสะท้อนภาพสำคัญของ “การบูรณาการบังคับใช้กฎหมายทั้งระบบ” ซึ่งแต่ละหน่วยนำอำนาจหน้าที่ ความเชี่ยวชาญ ฐานข้อมูล และเครื่องมือทางกฎหมายมาประสานกัน เพื่อปิดช่องว่างที่องค์กรอาชญากรรมพยายามใช้หลบเลี่ยงการตรวจสอบ
สมาคมตำรวจเห็นว่า การยกย่องผู้ปฏิบัติงานที่มีผลงานดีเด่น ไม่ได้มีความหมายเพียงการมอบรางวัล แต่เป็นกลไกสร้างขวัญกำลังใจ เชิดชูความซื่อสัตย์สุจริต ความเสียสละ ความกล้าหาญ และประสิทธิภาพในการทำงาน ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพและการบูรณาการระหว่างหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง การพิจารณาคัดเลือกครั้งนี้จึงยึดหลัก ความโปร่งใส ความเป็นธรรม ผลสัมฤทธิ์ของงาน ความเสียสละและทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นต่อประชาชน สังคม และประเทศชาติ

ผลการพิจารณามีหน่วยงานได้รับ โล่ประกาศเกียรติคุณ 10 หน่วยงาน และบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นได้รับ ใบประกาศเกียรติคุณ 38 ราย การเชิดชูเกียรติครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน เพราะยังสะท้อนทิศทางการปราบปรามอาชญากรรมของไทยที่กำลังเปลี่ยนจากการรับมือเป็นรายคดี ไปสู่การทำลาย “ระบบหลังบ้าน” ของขบวนการ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทนอมินี บัญชีม้า เครือข่ายรับโอนเงิน การซุกซ่อนทรัพย์สิน หรือกลไกฟอกเงิน หากสามารถตัดวงจรเหล่านี้ได้ ก็เท่ากับตัด “เส้นเลือด” ที่หล่อเลี้ยงองค์กรอาชญากรรม สมาคมตำรวจจึงประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ร่วมปฏิบัติภารกิจ เพื่อให้ผลงานเป็นแบบอย่างแก่ข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงาน และภาคประชาชน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่าการบังคับใช้กฎหมายต้องดำเนินไปอย่างเคร่งครัด เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ยังเป็นการส่งสัญญาณชัดไปถึงเครือข่าย “นอมินี–สแกมเมอร์–ฟอกเงิน–อาชญากรรมข้ามชาติ” ทั้งชาวไทยและต่างชาติว่า การปราบปรามจะไม่หยุดอยู่ที่ผู้กระทำผิดเบื้องหน้า แต่จะสาวไปถึงคนสั่งการ เงินทุกเส้น และทรัพย์สินทุกก้อนที่เชื่อมโยงกับการกระทำผิด

เป้าหมายปลายทาง คือทำให้ประเทศไทยไม่ใช่ “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับองค์กรอาชญากรรม และทำให้เงินที่ได้จากความเดือดร้อนของประชาชน ไม่สามารถถูกซ่อน ฟอก หรือเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินเพื่อหล่อเลี้ยงขบวนการได้อีกต่อไป #canchaonews #สมาคมตำรวจ #จิรภพภูริเดช #นพศิลป์พูลสวัสดิ์ #ทินกรรังมาตย์ #ธีรเดชธรรมสุธีร์ #ปราบสแกมเมอร์ #ปราบนอมินี #ฟอกเงิน #อาชญากรรมข้ามชาติ #ตำรวจไซเบอร์ #ตำรวจสอบสวนกลาง #DSI #ปปง #บัญชีม้า
