แกะรอยเงินตุ๋นนักศึกษา 3 วันที่ถูกบีบจนยอมโอน สู่บ้านหรูตามยึด 100 ล้าน

โทรศัพท์สายเดียว เปลี่ยนชีวิตชายวัย 19 ปีไปตลอดสามวัน ปลายสายบอกว่าเขาพัวพันคดีฟอกเงิน เรื่องทั้งหมดไม่มีจริง แต่ระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน 2569 ความตกใจกลายเป็นความกลัว ความกลัวกลายเป็นการยอมทำตาม และเงินรวม 662,989.90 บาท ก็หลุดจากมือเขา ทั้งโอนผ่านบัญชีธนาคารและถอนเป็นเงินสดไปมอบให้คนร้ายถึงลานจอดรถ คนร้ายคงหวังว่าเงินก้อนนี้จะถูกส่งต่อจนสืบไม่ถึง แต่ตำรวจกลับแกะรอยไปได้ถึงหน้าประตูบ้านหรูหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ

ผู้กล่าวหา ผู้ซักถาม และผู้ชี้ทางรอด คือคนกลุ่มเดียวกัน การหลอกลวงเริ่มจากสายของคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายมือถือ แจ้งว่าเขาเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ก่อนโอนสายต่อให้ผู้แอบอ้างเป็นตำรวจ คนพูดเปลี่ยน แต่ข้อกล่าวหายังเหมือนเดิม เรื่องที่แต่งขึ้นจึงดูเหมือนผ่านการตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน เมื่อเหยื่อติดกับ คนร้ายก็ยื่น “ทางออก” ให้ คือโอนเงินมาตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ว่าบริสุทธิ์ เหยื่อโอนผ่านบัญชีธนาคาร 5 รายการ รวม 212,989.90 บาท แต่ยังไม่จบ คนร้ายสั่งให้ถอนเงินสดอีก 450,000 บาท ไปส่งมอบแก่ผู้มารับที่ลานจอดรถห้างแห่งหนึ่งย่านศาลายา จังหวัดนครปฐม

ตั้งแต่วินาทีนั้น เงินก้อนเดียวกันถูกแยกเป็นสองสาย สายหนึ่งไหลผ่านระบบธนาคาร อีกสายผ่านมือคน และชุดสืบสวนต้องไล่ตามให้ครบทั้งสองสาย

สายแรก บัญชีหลายชั้น และทองคำนับล้าน เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (สอท.2) พบว่าเงินที่โอนผ่านธนาคารถูกกระจายเข้าบัญชีหลายราย และบางส่วนกลายเป็นการซื้อทองคำจากร้านทองชื่อดัง มูลค่านับล้านบาท จุดที่ทำให้ตำรวจต้องหยุดคิดคือ ยอดซื้อทองสูงกว่าความเสียหายของชายวัย 19 ปีเพียงรายเดียว นั่นหมายความว่าในธุรกรรมเดียวกันอาจมีเงินของเหยื่อรายอื่นปะปนอยู่ ตำรวจจึงต้องขยายผลว่าเงินซื้อทองมาจากใครบ้าง ใครเป็นผู้ทำรายการ และใครรับทองไป

สายที่สอง เงินสด 4.5 แสน ที่ไปหยุดหน้าหมู่บ้านหรู ขณะที่สายแรกเปิดคำถามเรื่องผู้เสียหายรายอื่น สายที่สองกลับชี้ปลายทางชัดขึ้น เงินสด 450,000 บาทหลังออกจากลานจอดรถถูกส่งต่อเป็นทอดๆ จนเจ้าหน้าที่พบชายสัญชาติจีนรายหนึ่งนำเงินสดไปส่งหน้าหมู่บ้านหรูในแขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ จากศาลายาถึงสะพานสูง รอยเงินลากเส้นตรงมายังบ้านเป้าหมาย ชายชาวจีนรายนี้ถูกออกหมายจับแล้ว และพยานหลักฐานจากการตามรอยเงินถูกรวบรวมเพื่อขออำนาจศาลเข้าตรวจค้น

เมื่อประตูบ้านหรูถูกเปิด เช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นำกำลังตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว ด้วยหมายค้นศาลอาญามีนบุรี ที่ 386/2569 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ภายในบ้านพบผู้เกี่ยวข้อง 11 ราย ทั้งสัญชาติจีน เมียนมา รัสเซีย และไทย ตำรวจจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย คือ MR. LU อายุ 37 ปี สัญชาติจีน, MS. SAING อายุ 35 ปี และ MS. MYINI อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา ตำรวจระบุว่าหญิงชาวเมียนมาทั้งสองเป็นแม่บ้าน ทำหน้าที่รับเงินสดไปส่งมอบให้ MR. LU ซึ่งรับเงินสดจากแม่บ้านอีกทอดหนึ่ง ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและบทบาทของแต่ละรายยังต้องพิสูจน์ตามกระบวนการกฎหมาย การจับกุมช่วยเปิดรอยต่อระหว่างคนรับเงินกับคนส่งเงิน แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่พบภายในบ้าน ทำให้คดีนี้ใหญ่เกินกว่าเรื่องของผู้รับเงินสดไปแล้ว นาฬิกาหรู เงินสด และกระดาษที่อาจชี้ตัวผู้อยู่เบื้องหลัง

เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางกว่า 40 รายการ ตั้งแต่นาฬิกา Richard Mille, Patek Philippe, Rolex และ Audemars ไปจนถึงเงินสด โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แฟลชไดรฟ์ หนังสือเดินทาง และสมุดบัญชีธนาคาร มูลค่าประเมินเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท แม้เจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบมูลค่า ที่มา กรรมสิทธิ์ และความเชื่อมโยงกับการกระทำผิดของแต่ละรายการ ในกองทรัพย์สินเหล่านั้น สิ่งที่น่าจับตาไม่แพ้นาฬิการาคาแพงคือ หนังสือมอบอำนาจและใบรับเงินสด เพราะกระดาษเหล่านี้อาจบอกได้ว่าใครรับเงินแทนใคร ใครมีอำนาจทำธุรกรรม และเงินไหลต่อไปถึงมือใคร ตัวเลขร้อยล้านทำให้คดีเป็นข่าวใหญ่ แต่คำตอบที่คลี่คลายคดีอาจซ่อนอยู่ในข้อมูลโทรศัพท์ รายการเดินบัญชี หรือใบรับเงินเพียงแผ่นเดียว

ยังไม่ถึงปลายทาง เวลา 11.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.ทินกร พร้อม พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผู้บังคับการ สอท.2 ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ และ พล.ต.ต.ก้องชาติ เลี้ยงสมทรัพย์ ตลอดจน ปปง. แถลงผลปฏิบัติการที่บ้านพักหลังเกิดเหตุ ภารกิจต่อจากนี้คือเชื่อมหลักฐานทุกเส้นเข้าด้วยกัน ทั้งเงินในบัญชี เงินสดที่ส่งต่อ ธุรกรรมซื้อทอง และทรัพย์สินที่ยึดได้ เพื่อให้ถึงผู้รับผลประโยชน์ตัวจริง คำถามที่ยังรอคำตอบมีสามข้อ 1. ใครสั่งให้รับเงิน 2. ใครควบคุมการส่งต่อ 3. เงินของเหยื่อถูกใช้ไปกับอะไร หรือแปรเป็นทรัพย์สินอะไรบ้าง และถ้าตกเป็นเหยื่อไปแล้ว ให้แจ้งความและติดต่อธนาคารทันที เพราะทุกชั่วโมงมีผลต่อโอกาสอายัดเงิน

ปลายทางที่ยังรอคำตอบ บ้านหรูหลังนี้เปิดประตูแล้ว แต่ประตูอีกหลายบานในเครือข่ายยังปิดอยู่ ตำรวจมีนาฬิกา เอกสาร และโทรศัพท์ในมือ สิ่งที่ยังขาดคือ ชื่อของคนที่นั่งอยู่เหนือสายโซ่ทั้งหมด ตราบใดที่คนเหล่านั้นยังไม่ถูกเปิดโปง สายโทรศัพท์สายต่อไปก็ยังรออยู่ และคนที่รับสายอาจเป็นใครก็ได้ในครอบครัวของเรา #canchaonews #แกะรอยเงินตุ๋น #สกู๊ปพิเศษ #แก๊งคอลเซนเตอร์ #บุกบ้านหรู #ยึดทรัพย์100ล้าน #สอท2 #ปปง #ตำรวจไซเบอร์