ป.ป.ส. ผ่าแผนลับท้าชนขบวนการค้ายานรก ยึดกรดอะซิติกกว่า 2 หมื่นกิโล สกัดผลิต “ยาบ้า – ไอซ์ – เฮโรอีน ”

ยามรัฐบาลประกาศสงครามกับยาเสพติด ไม่ใช่แค่คำขู่ลมปาก แต่คือศึกจริงที่ต้องเดินหน้า “ปิดเกมให้ขาด ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ”

นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ผลักดันเป็น วาระแห่งชาติ ประกาศชัด ประเทศไทยต้องไม่ใช่ทางผ่านสารตั้งต้น ไม่ใช่แหล่งป้อนการผลิตยานรกให้ภูมิภาคและทั้งโลก

ภารกิจนี้ถูกถ่ายทอดลงล่างสู่มือของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ผู้แบกนโยบายหนักอึ้งไว้บนบ่า พร้อมสั่งให้หน่วยงานทุกฟันเฟือง “เชื่อม เป้า ชน” ปิดประตูสารตั้งต้นทุกช่องทางภายใต้หลักคิด “No Chemical, No Drugs” ไม่ให้เคมี…ก็ไม่มียาเสพติด!

ปฏิบัติการตีแสกหน้าแก๊งเคมีมรณะ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 แหลมฉบังลุกเป็นพื้นที่สีแดงของภารกิจสกัดยานรก เมื่อ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ส. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พลตำรวจโท อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมศุลกากร นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด และเจ้าหน้าที่หลายหน่วย ทุกก้าวเต็มไปด้วยความหมาย นี่ไม่ใช่การตรวจธรรมดา แต่คือ “ยุทธการสกัดสารตั้งต้น” ที่อาจพลิกชะตาตลาดยาเสพติดทั้งภูมิภาค

เบื้องหลังข้อมูลลับจากศุลกากร จุดประกายความผิดปกติ สินค้านำเข้าจากฮ่องกง กรดอะซิติก 22,200 กิโลกรัม จำนวน 740 ถัง เข้าไทย โดยไม่มีใบอนุญาตใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีทะเบียน ไม่มีเอกสารรองรับ ไม่มีเหตุผลชอบธรรม ในโลกอุตสาหกรรม กรดชนิดนี้อาจดูธรรมดา แต่ในโลกมืดของผู้ผลิตยาเสพติด—มันคือ “หัวใจของการแปรสภาพ” หนุนให้เกิดสารตั้งต้นสำหรับยาบ้า ไอซ์ และเฮโรอีน

 

การปล่อยให้หลุดไป คือหายนะระดับชาติ ตัวเลขที่สั่นสะเทือนภูมิภาค แค่กรด 22 ตัน แต่ผลิตยานรกได้มหาศาล ถ้า ผลิตไอซ์ได้กว่า 27,750 กก. ผลิตยาบ้าได้ถึง 1,400 ล้านเม็ด ผลิตเฮโรอีนได้กว่า 74,000 กก. ตัวเลขนี้สะท้อนอานุภาพของสารตั้งต้นเพียงล็อตเดียว หากหลุดรอดไป ความเสียหายมิใช่แค่ไทย แต่ทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเครือข่ายตลาดมืดระดับโลกต้องสั่นสะเทือน นี่คือ “มหันตภัยที่มองไม่เห็น” ซึ่งรัฐต้องหยุดตั้งแต่ยังไม่ออกจากท่าเรือ กรดอะซิติกของดีในอุตสาหกรรม แต่ของตายสำหรับขบวนการยาเสพติด

แม้กรดอะซิติกจะใช้ในอุตสาหกรรมยาง พลาสติก สีย้อม อาหาร และน้ำมันหอมระเหย แต่กฎหมายไทยจัดเป็น วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ใครจะนำเข้า ต้องมี การขึ้นทะเบียน มีใบอนุญาต มีเอกสารยืนยันตามกฎหมายคุมเข้ม เพราะมันสามารถแปรสภาพเป็นส่วนสำคัญของการผลิต “เมทแอมเฟตามีน” และ “เฮโรอีน” ชัดเจนล็อตที่พบ ไม่มีอะไรครบแม้แต่ข้อเดียว! บูรณาการชำแรกเครือข่าย…ปิดเกมตั้งแต่ต้นน้ำ ภารกิจนี้เกิดจากความร่วมมือของ ป.ป.ส. กรมศุลกากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และเครือข่าย SITF (Seaport Interdiction Task Force) นี่ไม่ใช่การยึดเคมีธรรมดา แต่เป็นการ “ตัดเส้นเลือด” ของโรงงานผลิตยาเสพติดนอกประเทศ ตัดตั้งแต่ยังไม่ทันลำเลียงออกน่านน้ำ ตัดก่อนที่มันจะกลายเป็นเม็ดยานรกนับพันล้านเม็ด

“สงครามยาเสพติด…ไม่ใช่ศึกที่ชนะด้วยปืน แต่ชนะด้วยการ ‘สกัดตั้งแต่คิดจะผลิต’ วันนี้เรายึดเคมี 22 ตัน พรุ่งนี้อาจเท่ากับเราช่วยชาติพ้นยานรกหลายพันล้านเม็ด” นี่คือบทพิสูจน์ เมื่อรัฐจริงจัง ขบวนการค้ายานรกต้องถอย และประเทศไทย…จะไม่ยอมเป็นทางผ่านของความหายนะอีกต่อไป #สมชาย จรรยา #canchaonews #สารตั้งต้น #ยาเสพติด #ยานรก #ไม่ให้เคมีก็ไม่มียาเสพติด