ปิดฉากคู่หู ‘โจร Forza’ แกะรอยล่าข้าม 4 จังหวัด 50 ครั้ง เสียหายกว่า 1.5 แสน ซ่อนรีสอร์ทก็ไม่รอดสายตาตำรวจภาค 2

ครีมหนึ่งหลอด สบู่หนึ่งก้อน แชมพูหนึ่งขวด ดูไม่มีค่าอะไรเมื่อมองทีละชิ้น แต่เมื่อของเหล่านี้หายไปจากร้านสะดวกซื้อ CJ MORE ถึง 50 ครั้ง ใน 4 จังหวัด ความเสียหายก็พุ่งเกิน 150,000 บาท และกลายเป็นคดีที่ตำรวจภูธรภาค 2 ต้องต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้น กว่าจะปิดฉากผู้ต้องหาชาย-หญิงคู่หนึ่งได้ในห้องพักรีสอร์ทที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี
ลักเล็กลักน้อย ที่ไม่เล็กอย่างที่คิด ในยุคเศรษฐกิจกดดัน การลักทรัพย์ในร้านสะดวกซื้ออาจฟังดูเป็นคดีพื้นฐาน แต่เมื่อมีความถี่สูง และมีรูปแบบการตระเวนก่อเหตุอย่างเป็นระบบ คดีเล็กก็กลายเป็นภัยต่อผู้ประกอบการและสร้างความหวาดวิตกในวงกว้างได้ ตัวเลข 50 ครั้งและความเสียหายหลักแสนบาท จึงไม่ใช่เรื่องฟลุกหรืออารมณ์ชั่ววูบ แต่เป็นการลงมือต่อเนื่องที่มีการวางแผน เลือกเส้นทาง และหลบเลี่ยงสายตาเจ้าหน้าที่อย่างแยบยล
รถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ กับยุทธวิธี “ดาวกระจาย” จากรายงานการสืบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองใช้ รถจักรยานยนต์ Honda Forza 350 สีเทา-ดำ เป็นพาหนะประจำ บิ๊กสกู๊ตเตอร์ขนาดกลางที่เร็วและคล่องตัว ช่วยให้เดินทางข้ามอำเภอข้ามจังหวัดได้อย่างรวดเร็ว และยากต่อการสังเกตของตำรวจท้องที่ สถิติ 50 ครั้ง แบ่งเป็น
* ชลบุรี 38 ครั้ง (พื้นที่หลัก)
* ฉะเชิงเทรา 7 ครั้ง
* ระยอง 3 ครั้ง
* สมุทรปราการ 2 ครั้ง
วิธีของทั้งคู่คือฉวยจังหวะที่พนักงานในร้านมีน้อย หรือช่วงที่ลูกค้าหนาแน่น แล้วซุกสินค้าที่ขายคล่อง ขนาดเล็กแต่มูลค่าไม่ต่ำ ออกจากร้าน เช่น ครีมบำรุงผิว สบู่ ยาสระผม และผลิตภัณฑ์ซักล้าง สิ่งที่ทำให้การตามรอยยากลำบากคือพฤติกรรม “ไม่กบดานที่เดิม” ทั้งคู่ไม่กลับบ้านพักถาวร แต่เปลี่ยนที่พักไปเรื่อย ๆ ตามรีสอร์ทรายวันทั่วชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อตัดร่องรอยการสืบสวน
ตำรวจภาค 2 ยกระดับเป็นคดีสำคัญ เมื่อเหตุเกิดซ้ำและขยายวง พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และ พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี สั่งยกระดับเป็นคดีสำคัญเร่งด่วน เพราะเป็นการก่อเหตุต่อเนื่องข้ามพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการค้าปลีก ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการหลายหน่วย นำโดย พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผกก.สส.ภ.จว.ชลบุรี และ พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.เสม็ด พร้อมทีมสืบสวน เริ่มแกะรอยจากจุดเกิดเหตุด้วยทั้งเทคโนโลยีและงานสืบสวนแบบคลาสสิก
-ไล่ดูกล้องวงจรปิด ย้อนเส้นทางเข้า-ออกของ Forza 350 สีเทา-ดำ จากหลายสาขา เพื่อหาจุดเชื่อมโยง
-วิเคราะห์พฤติกรรมคดี ดูช่วงเวลาลงมือ ตำแหน่งจอดรถ และทิศทางหลบหนี จนเห็นรูปแบบที่ซ้ำกัน
-ประสานข้อมูลข้ามเขต รวบรวมพยานหลักฐานจาก สภ. ในชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง และสมุทรปราการ เพื่อต่อภาพแผนประทุษกรรมทั้งหมด
เมื่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้นถูกต่อเข้าด้วยกัน ชุดสืบสวนพบเบาะแสสำคัญว่าผู้ต้องหาเคลื่อนตัวเข้ามาซุ่มอยู่ในพื้นที่ อำเภอศรีราชา จึงปูพรมตรวจสอบรีสอร์ทและห้องพักรายวันในพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด

23 ตุลาคม 2569 นาทีปิดบัญชี ถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ชุดสืบสวนยืนยันพิกัดได้ว่าสองคู่หูหลบอยู่ในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อม แสดงตัว และจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ ผลตรวจค้นห้องพักและยานพาหนะทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตะลึง เมื่อพบของกลางที่เกี่ยวข้องกับการลักทรัพย์ เกือบ 100 รายการ ประกอบด้วย
* ครีมบำรุงผิวหน้าและผิวกายหลายยี่ห้อ
* สบู่และสบู่อาบน้ำ
* ยาสระผมและครีมนวดผม
* ผลิตภัณฑ์ซักล้างและทำความสะอาดชนิดต่าง ๆ
* รถจักรยานยนต์ Honda Forza 350 สีเทา-ดำ พาหนะที่ใช้ก่อเหตุ
* “หนี้” เหตุผลที่ผู้ต้องหาให้ไว้
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่าประสบปัญหาหนี้สินรุมเร้า จึงตัดสินใจร่วมกันออกตระเวนก่อเหตุ สินค้าที่ได้มาส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้ในครอบครัว ส่วนที่เหลือนำไปขายในราคาถูกให้กลุ่มลูกค้าหรือตลาดมืด เพื่อแปลงเป็นเงินสดใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและหมุนเวียนชดใช้หนี้ คำให้การนี้ไม่ใช่ข้อแก้ตัวทางกฎหมาย แต่สะท้อนปัญหาที่สังคมต้องมองให้ลึกกว่าตัวคดี เมื่อหนี้ส่วนบุคคลยังเป็นชนวนที่ผลักคนจำนวนหนึ่งเข้าสู่วงจรอาชญากรรม ต่อมา พล.ต.ท.วสันต์ พร้อมคณะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมอย่างเป็นทางการที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เสม็ด จังหวัดชลบุรี ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
3 บทเรียนจากคดีนี้
-คนร้ายข้ามเขต แต่ข้อมูลตำรวจต้องข้ามเขตตามให้ทัน เป็นความร่วมมือระหว่าง ภ.2, สืบสวนจังหวัดชลบุรี และ สภ.เสม็ด แสดงให้เห็นว่า แม้คนร้ายจะใช้การก่อเหตุข้ามพื้นที่เพื่อสร้างความสับสน กลไกสืบสวนสมัยใหม่ที่เชื่อมข้อมูลไร้รอยต่อก็ปิดช่องโหว่นี้ได้
-ร้านสะดวกซื้อพึ่งกล้องอย่างเดียวไม่พอ กล้อง CCTV ช่วยบอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่การป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำยังต้องอาศัยการสอดส่องของพนักงาน และระบบแจ้งเตือนที่ทันสมัย โดยเฉพาะช่วงที่ร้านมีคนน้อยหรือแออัด ซึ่งเป็นช่วงที่คนร้ายอาศัยลงมือ
-หนี้สินคือโจทย์ใหญ่ของสังคม การจับกุมแก้ปัญหาที่ปลายทาง แต่ต้นทางต้องอาศัยทุกภาคส่วนช่วยกันแก้อย่างยั่งยืน

สัญญาณเตือนถึงผู้คิดก่อเหตุ ชัยชนะของตำรวจภูธรภาค 2 ครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนถึงกลุ่มมิจฉาชีพว่า ไม่ว่าจะก่อเหตุแนบเนียนเพียงใด ข้ามกี่พื้นที่ หรือเปลี่ยนที่ซ่อนกี่หน การสืบสวนที่ผสานข้อมูล กล้องวงจรปิด และการวิเคราะห์พฤติกรรม จะตามถึงตัวได้ในที่สุด คดีนี้เริ่มจากสินค้าชิ้นเล็กๆ ในร้านสะดวกซื้อ แต่จบลงด้วยสิ่งที่ใหญ่กว่า นั่นคือความเชื่อมั่นว่ากฎหมายยังตามทันทุกคนที่คิดว่าตัวเองหนีพ้น #canchaonews #โจรForza #ตำรวจภาค2 #ชลบุรี #CJMORE #สกู๊ปพิเศษ #สมชาย จรรยา
