ดัดหลังข้าราชการป.ป.ช. ออกกฎเหล็กคุมโซเชียลฯ ห้ามอวด-เช็กอินเวลางาน

เปิดกฎเหล็ก ราชกิจจานุเบกษาประกาศคุมเข้ม ยุคสมัยที่แป้นพิมพ์กลายเป็นอาวุธ และหน้าจอสมาร์ตโฟนกลายเป็นช่องทางสร้างผลประโยชน์ส่วนตน ถึงเวลาแล้วที่องค์กรปราบปรามการทุจริตต้อง “ล้างบ้านตัวเอง” ให้สะอาดบริสุทธิ์ ล่าสุด ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2569” ลงนามโดย นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อวางกรอบจริยธรรมข้าราชการในสังกัดอย่างเด็ดขาด ประกาศฉบับนี้ไม่ได้มีไว้เพียงประดับกระดาษ แต่เป็น “กฎเหล็ก” ที่ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกระดับ ตั้งแต่เลขาธิการ ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง ไปจนถึงที่ปรึกษา คณะทำงาน และกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อรักษาความปลอดภัย ความลับทางราชการ ภาพลักษณ์องค์กร และความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน

5 ข้อห้ามสะเทือนวงการ อวดอ้าง เช็กอินเวลางาน ใส่เครื่องแบบถ่ายคลิป สาระสำคัญของประกาศระบุข้อห้ามที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ต้องระมัดระวังในการใช้โซเชียลมีเดียไว้ดังนี้

1. ห้ามเล่นโซเชียลในเวลางาน ห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในเวลาราชการ อันอาจกระทบต่อประสิทธิภาพ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจว่าไม่ทุ่มเทเวลางานให้แก่ราชการ

2. ห้ามใช้ตำแหน่งหน้าที่หาประโยชน์ ห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะอวดอ้างการปฏิบัติหน้าที่ หรืออ้างตำแหน่งของตนเองหรือผู้อื่น เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งต้องระมัดระวังไม่ให้คนในครอบครัวนำตำแหน่งไปอ้างหาประโยชน์ด้วย

3. ห้ามเผยแพร่ภาพหรือคลิปในเครื่องแบบอย่างไม่สำรวม ห้ามเผยแพร่ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวขณะสวมเครื่องแบบ หรือชุดที่มีเครื่องหมายหรือตราสัญลักษณ์ ป.ป.ช. ในลักษณะที่ไม่สำรวมกิริยามารยาท จนกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร

4. ห้ามโพสต์สร้างความแตกแยกหรือกระทบสถาบัน ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ โพสต์ข้อความ หรือเผยแพร่ข้อมูลที่กระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อมูลที่สร้างความแตกแยก ความเกลียดชัง หรือกระทบต่อความเป็นกลางทางการเมือง

5. ห้ามเปิดเผยความลับราชการ ห้ามเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะที่ไม่รักษาความลับ หรือกระทบต่อภารกิจที่มีความเสี่ยง

6. บทลงโทษไม่หยุดแค่จริยธรรม ลามถึงวินัยและอาญา

สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน ประกาศกำหนดกระบวนการตรวจสอบและบทลงโทษไว้ชัดเจน หากมีเรื่องร้องเรียนหรือปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ฝ่าฝืน ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งจะสั่งให้ดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาเบื้องต้นทันที โดยมีแนวทางดังนี้

* หากไม่มีมูล ให้สั่งยุติเรื่อง

* หากมีมูลผิดประมวลจริยธรรม ให้ดำเนินการตามประมวลจริยธรรม

* หากมีมูลผิดวินัยหรืออาญา ให้ดำเนินการทางวินัยหรือทางอาญาทันที ตามแต่กรณี

ทั้งนี้ ไม่กระทบสิทธิของผู้เสียหาย และสิทธิของสำนักงาน ป.ป.ช. ในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ดาบสองคมในมือผู้ใช้อำนาจ การออกกฎเหล็กครั้งนี้ของ ป.ป.ช. ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานจริยธรรมขององค์กรอิสระ สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลัง แต่หากผู้ถืออำนาจตามกฎหมายนำไปใช้ในทางที่ผิด ไม่ว่าจะเป็นการอวดบารมี หาประโยชน์ หรือละทิ้งหน้าที่ในเวลางาน ย่อมกระทบความน่าเชื่อถือขององค์กรปราบโกงอย่างประเมินค่าไม่ได้

กฎระเบียบฉบับนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนว่า “เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนต้องตระหนักรู้ และสำรวมตน ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนจริง” เพื่อให้สมกับเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรมอย่างแท้จริง #canchaonews #ปปช #กฎเหล็ก #โซเชียลมีเดีย