ถอดเครื่องแบบไม่เคยถอดหัวใจ “โอ๋-ธนายุตม์” ขอเป็นที่พึ่งให้ตำรวจไทย

เลือดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์… ไม่มีวันเจือจาง บนเส้นทางแห่งเกียรติยศของ “ตำรวจไทย” คำว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไม่ใช่แค่ยศถาบรรดาศักดิ์ที่ประดับบนบ่า และไม่ใช่เพียงเครื่องแบบที่สวมใส่ หากแต่มันคือ “จิตวิญญาณ” ที่สลักลึกอยู่ในสายเลือด เมื่อเข็มนาฬิกาของการรับราชการสิ้นสุดลง หลายคนเลือกที่จะละทิ้งความวุ่นวาย แล้วหันหลังให้วงการไปใช้ชีวิตอย่างสงบ แต่สำหรับ พล.ต.อ.ธนายุตม์ (โอ๋) วุฒิจรัสธำรงค์ อดีตนายพลมือปราบผู้ผ่านศึกสืบสวนสอบสวนมาอย่างโชกโชน… คำว่าเกษียณไม่เคยลบภาพความเดือดร้อนของลูกน้องออกไปจากหัวใจได้เลย

“จริงอยู่… ที่วันนี้ผมถอดเครื่องแบบออกไปแล้ว แต่หัวใจของผมยังคงเดินลาดตระเวนอยู่บนโรงพัก ยังนั่งทำคดีอยู่กับพนักงานสอบสวน และยังคงยืนตากแดดตากฝนอยู่บนถนนร่วมกับน้องๆ สายตรวจทั่วประเทศ” ความห่วงใยในบ้านหลังใหญ่ที่ชื่อว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และความเจ็บปวดที่เห็น “ผู้ปฏิบัติงานระดับล่าง” ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งโดยไร้เกราะคุ้มกัน คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ “บิ๊กโอ๋” ตัดสินใจไม่ขออยู่นิ่ง แต่ขออาสาเข้ามารับภาระหน้าที่สำคัญอีกครั้ง ประสงค์ลงสมัครเป็น “คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ” ในวาระปี 2570

จากสายเลือดผู้ปฏิบัติ สู่ปณิธาน “คืนศักดิ์ศรีให้ตำรวจ คืนความสุขให้ประชาชน” ในฐานะคนที่เติบโตมาจากสายงานปราบปราม พล.ต.อ.ธนายุตม์ ตระหนักดีว่า หัวใจของการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน นอนหลับเป็นสุขได้นั้น ตำรวจผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับการดูแลอย่างมีเกียรติเสียก่อน! หากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ยังต้องควักเงินตัวเองซื้อกระสุน ต้องเติมน้ำมันรถสายตรวจด้วยเงินส่วนตัว หรือต้องอดมื้อกินมื้อ แล้วเราจะคาดหวังให้เขาทุ่มเทปกป้องประชาชนได้อย่างไร? “คนดีต้องอยู่อย่างเป็นสุข ส่วนคนชั่วต้องนอนทุกข์” นี่ไม่ใช่คำคมที่เขียนไว้โก้ๆ แต่คืออุดมการณ์ที่ บิ๊กโอ๋ ตั้งใจจะเข้าไปผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง ผ่านพิมพ์เขียวปฏิรูปขวัญกำลังใจและระบบสวัสดิการของตำรวจทั้งประเทศ

พิมพ์เขียวปฏิรูป ยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก คืนความเป็นธรรมให้ตำรวจทุกแท่ง หากได้รับความไว้วางใจให้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ พร้อมเดินหน้าใช้ประสบการณ์ทั้งชีวิต ทลายอุปสรรคข้อบังคับ และขับเคลื่อนสวัสดิการอย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมโยงฐานรากของสถานีตำรวจไปสู่ความมั่นคงในทุกสายงานอย่างเหนียวแน่น

เนรมิตโรงพักให้เป็น “บ้านหลังที่สอง” ของประชาชน เปลี่ยนสถานีตำรวจให้เป็นด่านหน้าแห่งความยุติธรรม ประชาชนเดินเข้ามาด้วยความเดือดร้อนต้องได้รับบริการอย่างเสมอภาค รวดเร็ว และตรวจสอบได้ พร้อมกันนี้ต้องดูแล “คนทำงาน” ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี บ้านพักตำรวจต้องเพียงพอน่าอยู่อาศัย น้ำมันรถสายตรวจต้องเต็มถังพร้อมออกตรวจ 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องควักเงินตัวเอง รวมทั้งยุทธโธปกรณ์ เสื้อเกราะ และอาวุธต้องครบครัน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานปลอดภัยกลับบ้านหาครอบครัวได้ทุกนาย

คืนเกียรติยศ “พนักงานสอบสวน” และ 5 เสาหลักโรงพัก พนักงานสอบสวน คือ “กระดูกสันหลัง” ของกระบวนการยุติธรรม ต้องได้รับการสนับสนุนเงินประจำตำแหน่งที่ ทัดเทียมกับ ป.ป.ช., อัยการ และศาล ขณะที่มดงานใน 5 สายงานหลัก (ปป./สืบสวน/สอบสวน/จราจร/อำนวยการ) ต้องได้รับการเติมเต็มองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง งานจราจรที่ต้องเสี่ยงภัยและมลพิษบนท้องถนนต้องได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีและมีเบี้ยเสี่ยงภัยรองรับอย่างสมเกียรติ

ทลายเพดาน เติบโตตรงสายใน “แท่งงานเฉพาะทาง” ข้าราชการตำรวจสายเฉพาะทางต้องมีความก้าวหน้าที่มั่นคงในเส้นทางตนเอง พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ต้องเติบโตในแท่งงานโดยไม่มีสายอื่นมาข้ามหัว สายงานแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ และสายงานอาจารย์ผู้สร้างคน ต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณและเครื่องมือทันสมัย กองบินตำรวจต้องได้รับงบซ่อมบำรุงตามวงรอบ นักบินเติบโตถึงชั้นนายพลได้ โดยไม่ถูกตัดสิทธิ์ค่าปีกหรือค่าโดดร่ม ส่วนชุด EOD ครูฝึก และผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่เสี่ยงภัย ต้องได้รับเบี้ยเสี่ยงภัยที่สมศักดิ์ศรี

โล่คุ้มกันคนทำงาน นักสืบ – ตชด. – ฝ่ายสนับสนุน นักสืบสายกัดไม่ปล่อย ต้องได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย และมีกองทุนสืบสวนสอบสวนที่เบิกรวดเร็ว ไม่ต้องกลายเป็น “เสือล่าเนื้อ” หาเงินทำคดีเอง ฝ่ายอำนวยการและสนับสนุนซึ่งเป็น “มือของผู้บังคับบัญชา” ปิดทองหลังพระ ต้องได้รับการเติบโตอย่างเท่าเทียม ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) อุปกรณ์ต้องพร้อม เสี่ยงภัยต้องสูง และหากได้รับบาดเจ็บ การเยียวยาตนเองและครอบครัวต้องรวดเร็วไม่รอนาน รวมทั้งหน่วยสนับสนุน (ปส./สันติบาล/ตม./ทะเบียนประวัติ/กีฬา) ต้องได้รับการส่งเสริมให้ทำงานเชิงรุกได้อย่างเต็มศักยภาพ

ยึดมั่นระบบคุณธรรม คนทำงานต้องมีที่ยืน การแต่งตั้งโยกย้ายต้องเป็นธรรม ปราศจากตั๋วและเส้นสาย คนที่ทุ่มเททำงานเพื่อประชาชนและองค์กรต้องมีความเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ สามารถเติบโตขึ้นเป็นผู้บังคับหน่วยได้อย่างภาคภูมิ

ภารกิจสุดท้าย เพื่อองค์กรอันเป็นที่รัก “การแต่งตั้งโยกย้ายต้องอยู่ภายใต้ระบบคุณธรรมอย่างแท้จริง คนทำงานต้องมีที่ยืน และเติบโตเป็นผู้บังคับหน่วยได้ด้วยผลงาน” นี่คือเสียงสะท้อนจากอดีตมือปราบ ที่เข้าใจหัวจิตหัวใจของตำรวจทุกระดับชั้น ตั้งแต่มดงานบนสถานีตำรวจ ไปจนถึงขุนพลในป่าดงพงไพร

การประสงค์ลงสมัครเข้าสู่ศึกเลือกตั้ง ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ ในวาระปี 2570 ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เรื่องของการแสวงหาอำนาจ หรือยศตำแหน่ง หากแต่คือ “ภารกิจหัวใจ” ของ พล.ต.อ.ธนายุตม์ (โอ๋) วุฒิจรัสธำรงค์ ที่จะใช้องค์ความรู้ ประสบการณ์ และเลือดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทุกหยด เข้าไปทุ่มเท ปรับเปลี่ยน และปกป้องพี่น้องตำรวจไทย เพราะตราบใดที่ขวัญกำลังใจของตำรวจยังคงได้รับการดูแล ตราบนั้น… สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะกลับมาเป็นเสาหลักที่เข้มแข็ง มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นที่พึ่งที่แท้จริงของประชาชนอย่างยั่งยืน

“แม้เสื้อเกราะจะถูกถอดไว้ข้างหลัง… แต่หัวใจพิทักษ์สันติราษฎร์ จะคงอยู่เคียงข้างตำรวจไทยตลอดไป” #canchaonews #พลตำรวจเอกธนายุตม์ #บิ๊กโอ๋ #กตรผู้ทรงคุณวุฒิ2570 #มือปราบจั่นเจา #คืนศักดิ์ศรีตำรวจไทย #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ตำรวจภูธร #ตำรวจนครบาล ตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจไซเบอร์ #ตำรวจตม. #สวัสดิการตำรวจ #สมชายจรรยา