แกะฉากบ้านหรู 6,000 ล้าน จากเงานอมินี…ถึงหมายจับข้ามชาติ!

“รั้วคฤหาสน์ร้อยล้าน…อาจซื้อความเป็นส่วนตัวได้ แต่ต้องไม่ถูกใช้เป็น ‘หลบภัย’ ของผู้ต้องหาข้ามชาติ” เบื้องหลังกำแพงสูงลิ่วและระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาของโครงการบ้านหรูระดับอัลตราลักชัวรีทั่วกรุงเทพมหานคร กำลังถูกตำรวจไทยลงมีดหมอ เพื่อปอกเปลือกความเชื่อมโยงอันซับซ้อน—ระหว่าง “ทรชนที่ทางการจีนต้องการตัว” “นอมินีสวมชื่อ” และ “กลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติ” คำถามที่ดังกระหึ่มและแหลมคมกว่ามูลค่าคฤหาสน์หรู คือใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลัง? ใครเป็นเจ้าของเงินตัวจริง? และใครคือคน “เปิดประตูบ้าน” ให้เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเข้ามาปักหลักสร้างอาณาจักรฟอกเงินในประเทศไทย!

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ทลายเครือข่าย 6,000 ล้าน เบิกฤกษ์ขึ้น วันที่ 10 ตุลาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. สนึกกำลังคุมทัพร่วมกับ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดฉากปฏิบัติการยุทธการล้างบางเฟส 8 “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว 4 โครงการบ้านหรู” ปูพรหมกวาดล้างพื้นที่ใจกลางเมือง บก.น.4 ครอบคลุม สน.ประเวศ, สน.อุดมสุข และ สน.หัวหมาก ผลการสืบสวนสาวลึกไปถึง 95 บริษัทต้องสงสัย ที่อุ้มถือครองบ้านพร้อมที่ดินถึง 94 หลัง รวมมูลค่ามหาศาลกว่า 6,000 ล้านบาท! นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนต่างชาติมาซื้อบ้านพักอาศัย แต่คือการลักลอบยึดครองอสังหาริมทรัพย์ไทยแบบยกเครือข่าย!

จากหมายจับในจีน…ถึงวิมานหรูในไทย ชนวนเหตุของปฏิบัติการครั้งนี้ เริ่มต้นจากเบาะแสลึกที่ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ส่งตรงถึง ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.ตร.) ลากไส้ 3 ผู้ต้องหาตัวเป้ง Mr. Chao ตัวเต็งคดีฆาตกรรมโหด 3 ศพ ที่เมืองอูหลานฮ่าวเท่อ เมื่อปี 2561 พกพาสปอร์ตทั้งจีนและกัมพูชา พบชื่อเป็นหุ้นส่วนบริษัทที่ครอบครองบ้านหรูย่านพระราม 9–ศรีนครินทร์ ราคาหลังละ 50–69 ล้านบาท Mr. Gui ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงและลักลอบพาคนข้ามพรมแดน ถือพาสปอร์ต 3 สัญชาติ (จีน, ตุรกี, กัมพูชา) Mr. Jian ตัวการคดีแก๊งคอลเซนเตอร์และฉ้อโกงออนไลน์ ถือพาสปอร์ตจีน และเซนต์คริสโตเฟอร์และเนวิส สองรายหลังซุกตัวอยู่ในบริษัทที่ถือครองคฤหาสน์หรูย่านกรุงเทพกรีฑา ราคาหลังละ 77–98 ล้านบาท การถือพาสปอร์ตหลายใบอาจไม่ผิดกฎหมายในตัวเอง แต่เมื่อสวมทับด้วย “หมายจับคดีอุกฉกรรจ์” และ “นิติบุคคลบังหน้า” นี่คือรอยรอยอาชญากรรมที่เงียบเชียบทว่าอันตรายยิ่ง!

รอยแผลเงา “หมายแดง” ในโครงสร้างบริษัท การลากไส้ยังไม่จบแค่นั้น… พนักงานสอบสวนขยายผลจนพบชื่อ Mr. Lin และ Mr. Bai หุ้นส่วนบริษัทที่มีชื่อติด “หมายแดง (Red Notice)” ของตำรวจสากล (Interpol) ในคดีองค์กรอาชญากรรมฉ้อโกงข้ามชาติ รวมถึง Mr. Huang ที่ถูกศาลอาญาพระโขนงออกหมายจับในข้อหาลักลอบนำเข้าสินค้าเลี่ยงภาษี, อั้งยี่ซ่องโจร และการได้มาซึ่งที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย คน เงิน บริษัท และที่ดิน จึงถูกนำมาขึงบนกระดานสืบสวน เพื่อแยกแยะว่า ใครเป็นคนจ่ายเงินแท้จริง? ใครสั่งการ? และคนไทยที่ใส่ชื่อในบัญชีถือหุ้น เป็นเพียง “นอมินีรับจ้าง” หรือมีส่วนร่วมในขบวนการฟอกเงินระดับโลก!

ปูพรหม 17 จุดลุย 4 ทำเลทอง การบูรณาการผนึกกำลังระดับแผ่นดิน นำโดย กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมที่ดิน, กรมสรรพากร และฝ่ายปกครอง เข้าเอ็กซเรย์ 4 ทำเลทอง ได้แก่ บางนา–สวนหลวง, บางนา–วงแหวน, พระราม 9–ศรีนครินทร์ และกรุงเทพกรีฑา ผลจากการเปิดปฏิบัติการปูพรหม ตรวจค้น 17 จุด รวบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 11 คน (ชาวจีน 10 คน และอเมริกัน 1 คน) ตัวเลขทรัพย์สิน 6,000 ล้านบาท คืออนุสาวรีย์แห่งความสงสัย การจับกุมคนได้เป็นเพียงก้าวแรก แต่ก้าวสำคัญหลังจากนี้คือการ “ตัดเส้นเลือดใหญ่ทางการเงิน” ตรวจสอบเส้นทางการเงิน (Money Trail) บัญชี และธุรกรรม เพื่อดูว่าเงินมหาศาลเหล่านี้ถูกฟอกมาจากคราบน้ำตาของเหยื่ออาชญากรรมหรือไม่!

สับสวิตช์ขบวนการ… ต้องเด็ดหัวถึง “ผู้จัดวางเครือข่าย” บทเรียนที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่า หากการปราบปรามหยุดอยู่แค่นอมินีปลายทางที่ยอมขายชื่อแลกเศษเงิน ขบวนการสีเทาเหล่านี้ก็แค่ออกไปตั้งบริษัทใหม่ สวมชื่อคนใหม่ แล้วกลับมาใช้วิธีเดิม! โจทย์ใหญ่ของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงต้องเดินไปให้ถึง ใครคือคนจัดวางโครงสร้างทางกฎหมายให้ขบวนการนี้? สำนักงานกฎหมายหรือที่ปรึกษารายใดเป็นคนวางแผน? และมีเจ้าหน้าที่รัฐคนไหน “เปิดตาข้าง ปิดตาข้าง” หรือร่วมกินโต๊ะจีนในเค้กก้อนนี้หรือไม่?

รั้วที่สูงที่สุด… ต้องไม่สูงเหนือกฎหมาย ปฏิบัติการเฟสที่ 8 จะสำเร็จจริงหรือไม่ ไม่ได้วัดกันที่จำนวนผู้ต้องหาที่จับได้ในหน้าข่าว แต่วัดกันที่ “การปิดช่องโหว่เชิงโครงสร้าง” ไม่ให้ทุนสีเทาเข้ามาสวมรอยใช้ที่ดินไทยเป็นรังพักพิงอาชญากรรมได้อีก ถึงเวลาแล้วที่การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ราคาสูง จะต้องถูกเอ็กซเรย์ผู้ถือครองที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner) อย่างเข้มงวด ความสามารถในการจ่ายเงินสดถุงใหญ่ ต้องไม่ใช่ตั๋วผ่านทางสำหรับอาชญากรข้ามชาติอีกต่อไป เพราะไม่ว่ารั้วบ้านจะสูงเสียดฟ้าเพียงใด… ก็ต้องไม่สูงเหนือกฎหมายไทย และชื่อบนโฉนดที่ดิน… ต้องไม่ใช่ม่านบังตาให้พวกโกงข้ามชาติได้ตลอดไป #canchaonews #จีนเทา #นอมินี #หมายจับข้ามชาติ #จีน #ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง #ตำรวจนครบาล #สำราญนวลมา #มือปราบจั่นเจา