2 ปี “น้องพีเดียร์” จากความคิดถึงสู่พลังแห่งการให้

“คนที่เรารักอาจไม่ได้อยู่ตรงหน้าอีกแล้ว แต่ความรักยังเดินทางต่อได้…ผ่านการให้” สองปีผ่านไป แต่สำหรับครอบครัว “สุขยิ่ง” ความคิดถึงไม่ได้จางหายไปพร้อมกาลเวลา
กลับยิ่งชัดเจนขึ้นทุกวัน วันที่ 9 สิงหาคม 2569 ที่วัดปลูกศรัทธา เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชไนเดอร์ ลิฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตลาดกระบัง พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมครอบครัว กัลยาณมิตร และพนักงานบริษัท ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศล เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี แด่ นายพีระพัฒน์ สุขยิ่ง หรือ “น้องพีเดียร์” รวมถึงบรรพบุรุษและญาติผู้ล่วงลับ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธี พร้อมร่วมมอบข้าวสารแก่ประชาชน และมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนในพื้นที่เขตลาดกระบัง ท่ามกลางกัลยาณมิตร ผู้ใหญ่ในพื้นที่ พนักงาน และประชาชนที่มาร่วมงาน
การรำลึกในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงพิธีทางศาสนา ครอบครัวสุขยิ่งเลือกเปลี่ยน “ความคิดถึง” ให้กลายเป็น “การให้” และส่งต่อออกไปถึงผู้คนในชุมชน เมื่อความคิดถึง…ถูกเปลี่ยนเป็นความดี ภายในงานมีการถวายสังฆทาน ปัจจัย ข้าวสาร และถวายภัตตาหารเพล พร้อมสนับสนุนข้าวสารแก่พระสงฆ์จาก 12 วัดในพื้นที่เขตลาดกระบัง

จากนั้นพลังแห่งการให้ถูกส่งต่อจากวัดไปสู่ชุมชน ข้าวสารหอมมะลิ 1,000 ถุง ถุงละ 5 กิโลกรัม รวม 5,000 กิโลกรัม หรือ 5 ตัน พร้อมไข่ไก่ ถูกจัดเตรียมเพื่อแบ่งปันแก่ประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการมอบ รถวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึง ทุนการศึกษาจำนวน 54 ทุน แก่นักเรียนในพื้นที่เขตลาดกระบัง โดยมีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ร่วมกับนายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง และครอบครัว ร่วมส่งมอบสิ่งของและทุนการศึกษาแก่ผู้รับด้วย ตัวเลขเหล่านี้อาจบอกปริมาณของสิ่งที่ถูกมอบออกไป แต่ไม่อาจวัด “ความหมาย” ที่อยู่เบื้องหลังการให้ครั้งนี้ได้ทั้งหมด เพราะต้นทางของทุกสิ่ง เริ่มต้นจากความคิดถึงลูกชายคนหนึ่งของครอบครัว
“สองปีแล้ว…แต่ความคิดถึงกลับเพิ่มพูน” นายรัฐศักดิ์กล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อลูกชายว่า แม้เวลาจะผ่านไปแล้ว 2 ปี แต่ความคิดถึงไม่ได้ลดลง เมื่อไม่สามารถพูดคุยหรือถามไถ่กันได้เหมือนในอดีต สิ่งที่ครอบครัวยังสามารถทำแทนได้ คือ “ทำความดี” “ความคิดถึงเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ แต่เราคงถามไถ่กันเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว สิ่งที่ทำได้ก็คือทำความดี ให้และแบ่งปันตามกำลัง สิ่งที่เราหาได้ก็แบ่งปันคืนสู่ชุมชนและสังคม” นี่จึงกลายเป็นที่มาของการนำวันแห่งความทรงจำ มาเปลี่ยนเป็นวันที่คนอีกจำนวนมากได้รับโอกาส ข้าวสารหนึ่งถุง อาจช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของครอบครัวหนึ่ง วีลแชร์หนึ่งคัน อาจช่วยให้ผู้สูงอายุหรือผู้พิการสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น และทุนการศึกษาหนึ่งทุน อาจเป็นแรงส่งให้เด็กคนหนึ่งเดินต่อไปบนเส้นทางการศึกษา

“54 ทุน” ไม่ใช่เพียงเงิน แต่คือการลงทุนกับอนาคต หนึ่งในสิ่งที่นายรัฐศักดิ์ให้ความสำคัญ คือ การศึกษา ทุนจำนวน 54 ทุนที่มอบให้แก่นักเรียนในพื้นที่ลาดกระบัง จึงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงความช่วยเหลือเฉพาะหน้า แต่คือการส่งต่อโอกาสไปยังคนรุ่นต่อไป ภาพของนายรัฐศักดิ์ ครอบครัว และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ร่วมกันมอบทุนให้แก่นักเรียน จึงสะท้อนอีกมิติของการให้ที่ไม่ได้จบลงเพียงวันจัดงาน แต่เป็นการส่งต่อกำลังใจและโอกาสไปยังอนาคตของเด็กและเยาวชน “ทุนการศึกษาที่มอบให้เด็กและเยาวชน ก็เป็นอีกหนึ่งพลังที่จะช่วยให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นพลังของประเทศชาติในอนาคต” เพราะการให้ที่ยั่งยืน อาจไม่ใช่เพียงการมอบสิ่งที่ช่วยให้ผ่านพ้นวันนี้ แต่คือการมอบ “โอกาส” ที่ช่วยให้ใครบางคนสร้างวันพรุ่งนี้ของตัวเองได้
5 ตันแห่งน้ำใจ เมื่อหนึ่งพลังรวมกับอีกหนึ่งพลัง เบื้องหลังข้าวสาร 1,000 ถุง รวม 5 ตัน ไม่ได้เกิดจากครอบครัวสุขยิ่งเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากการร่วมแรงของกัลยาณมิตร ผู้ใหญ่ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ผู้มีจิตศรัทธา รวมถึงแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันในครั้งนี้ นายรัฐศักดิ์มองว่า เมื่อความดีของคนหนึ่งมารวมกับความดีของอีกคนหนึ่ง สิ่งเล็ก ๆ สามารถกลายเป็นพลังที่ใหญ่ขึ้นได้ “หนึ่งคนเติมหนึ่งพลัง อีกคนเติมอีกหนึ่งพลัง เมื่อรวมกันแล้ว พลังความดีก็จะเดินทางต่อไปเรื่อย ๆ” นี่อาจเป็นความหมายที่แท้จริงของตัวเลข “5 ตัน” ไม่ใช่เพียงน้ำหนักของข้าวสาร แต่คือ “น้ำหนักของน้ำใจ” จากผู้คนจำนวนมากที่ช่วยกันแบ่งปัน การที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เดินทางมาร่วมงานและร่วมส่งมอบข้าวสารกับทุนการศึกษา จึงไม่ได้เป็นเพียงการมาร่วมพิธีในฐานะแขกผู้มีเกียรติ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแรงที่เข้ามาเติมเต็มภาพของการ “ร่วมกันให้” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

จากความรักในครอบครัว สู่คำว่า “กตัญญู” อีกหนึ่งเรื่องที่ถูกกล่าวถึงในงาน คือ “ความกตัญญู” นายรัฐศักดิ์มองว่า การรู้คุณพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณ เป็นรากฐานสำคัญที่ควรถ่ายทอดไปถึงเยาวชน ความตั้งใจดังกล่าวยังเชื่อมโยงไปถึงการสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยครอบครัวเตรียมร่วมเป็นเจ้าภาพ ทอดกฐินในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นความตั้งใจที่มีมาตั้งแต่ปี 2564 ในช่วงที่ “น้องพีเดียร์” ยังมีชีวิตอยู่ พร้อมเชิญชวนกัลยาณมิตรและประชาชนร่วมสร้างบุญ โดยไม่จำเป็นต้องวัดกันที่จำนวนเงินหรือสิ่งของ แต่อยู่ที่กำลังและศรัทธาของแต่ละคน
คนจากไป…แต่ความดียังอยู่ ก่อนสิ้นสุดงาน นายรัฐศักดิ์กล่าวขอบคุณผู้ใหญ่ กัลยาณมิตร พนักงาน เจ้าหน้าที่ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนที่มาร่วมงาน พร้อมอวยพรให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง อายุมั่นขวัญยืน และมีกำลังในการสร้างความดีต่อไป งานทำบุญครบรอบ 2 ปี “น้องพีเดียร์” จึงมีความหมายมากกว่าการรำลึกถึงบุคคลอันเป็นที่รัก เพราะจากความสูญเสียของครอบครัวหนึ่ง วันนี้กลับเกิดเป็นโอกาสของอีกหลายครอบครัว จาก ข้าวสาร 5 ตัน ที่ส่งถึงชุมชน จาก วีลแชร์ ที่ส่งต่อการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิต จาก 54 ทุนการศึกษา ที่ส่งต่อความหวังให้เยาวชน และจากการร่วมทำบุญกับ 12 วัด ที่ส่งต่อพลังแห่งศรัทธา

ทั้งหมดเริ่มต้นจากคำง่าย ๆ เพียงคำเดียว “คิดถึง” แต่แทนที่จะปล่อยให้ความคิดถึงหยุดอยู่กับอดีต ครอบครัวสุขยิ่งเลือกเปลี่ยนมันให้เป็นการกระทำในวันนี้ เปลี่ยนความคิดถึงเป็นความดี เปลี่ยนความรักเป็นการให้ และเปลี่ยนการสูญเสีย…ให้กลายเป็นพลังที่ส่งต่อถึงผู้อื่น เพราะบางครั้ง การระลึกถึงคนที่จากไปอย่างมีความหมายที่สุด อาจไม่ใช่เพียงการเก็บเขาไว้ในความทรงจำ แต่คือการทำให้ความดีในชื่อของเขา…ยังคงเดินทางต่อไป #canchaonews #สกู๊ปพิเศษ #รัฐศักดิ์สุขยิ่ง #องอาจคล้ามไพบูลย์ #น้องพีเดียร์ #พีระพัฒน์สุขยิ่ง #ชไนเดอร์ลิฟท์ประเทศไทย #ความคิดถึงเป็นพลังแห่งการให้ #ทำบุญครบรอบ2ปี #ลาดกระบัง #วัดปลูกศรัทธา #ข้าวสาร5ตัน #54ทุนการศึกษา #มอบวีลแชร์ #แบ่งปันสู่สังคม #พลังแห่งการให้ #ทำความดี #ข่าวลาดกระบัง #สมชาย จรรยา
