บุกยึดทองกว่า 40 บาท-ไอโฟนเพียบ สาวหอบ 1.5 แสนติดสินบนตำรวจ แต่ไม่รอด

เงินจากเหยื่อ…ไม่ได้จบแค่บัญชีม้า แต่มันถูกเปลี่ยนเป็น ทองคำแท่ง เปลี่ยนเป็น ไอโฟนรุ่นใหม่ ก่อนถูกลำเลียงออกนอกประเทศอย่างแนบเนียน และเมื่อเครือข่ายเริ่มถูกตำรวจสาวถึงต้นตอ คนในขบวนการกลับเลือกใช้ “เงินสด” อีกก้อน เดินเข้ามาในโรงพัก หวังซื้ออิสรภาพให้พวกเดียวกัน

แต่ครั้งนี้…เงินซื้อตำรวจไม่ได้ หญิงชาวเวียดนามวัย 39 ปี ถูกจับกุมทันที พร้อมเงินสด 150,000 บาท ของกลางครบทุกฉบับ นี่คือจุดแตกหักของปฏิบัติการที่เริ่มต้นจาก ยาไอซ์ซุกมะขามเปียกส่งญี่ปุ่น ก่อนขยายผลจนเปิดโปงเครือข่าย คอลเซ็นเตอร์-ฟอกเงิน-องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ทำงานกันเป็นระบบ

จุดเริ่มต้น…ไม่ใช่คดีคอลเซ็นเตอร์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ตำรวจนครบาลระดมกำลังขยายผลจากคดียาเสพติดครั้งสำคัญ เบาะแสแรก คือคดี ยาไอซ์ซุกซ่อนในมะขามเปียกส่งประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อแกะรอยเส้นทางการเงิน ตำรวจกลับพบความเชื่อมโยงที่ใหญ่กว่าคดียาเสพติด ปลายทางของเงินกลับพาไปถึงเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกประชาชนทั่วประเทศ ยิ่งสืบ…ยิ่งพบว่า เงินที่หลอกมาไม่ได้ถูกเก็บไว้เป็นเงินสด หากถูกนำไป “ฟอก” ด้วยการซื้อทองคำ โทรศัพท์มือถือราคาแพง และทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายได้ง่าย ก่อนส่งออกนอกประเทศ

โรงแรมกลางกรุง…ฐานปฏิบัติการของขบวนการ ข้อมูลเชิงลึกนำตำรวจไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งย่านนวมินทร์ เมื่อเข้าตรวจค้น พบผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 3 ราย พักอาศัยร่วมกัน พร้อมหลักฐานที่เชื่อมโยงกับการรับคำสั่งจากต่างประเทศ ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และถูกขยายผลดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หนึ่งในนั้นยังถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จากความเชื่อมโยงกับคดีลักลอบส่งยาไอซ์ไปต่างประเทศ

รับจ้างซื้อทอง…วันละ 15 ดอลลาร์ คำรับสารภาพของผู้ต้องหาทำให้ตำรวจเห็นโครงสร้างการทำงานของเครือข่ายชัดขึ้น หญิงชาวเวียดนามรายหนึ่ง ยอมรับว่า มีหน้าที่เพียงรับคำสั่งผ่านแอปพลิเคชัน Telegram จากผู้ใช้ชื่อ “HOA” หน้าที่คือเดินทางไปซื้อทองคำ รับโทรศัพท์มือถือ และนำไปส่งให้บุคคลที่นัดหมาย ค่าจ้าง…เพียงวันละ 15 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้ต้องหารับว่า เดินทางเข้ามาปฏิบัติภารกิจในประเทศไทยแล้วถึง 3 ครั้ง เฉพาะรอบล่าสุด ได้รับคำสั่งให้รับทองคำแท่งรวม 17 บาท ตำรวจเชื่อว่า นี่คือหนึ่งในกลไกการฟอกเงิน เพื่อตัดเส้นทางการเงินจากเหยื่อก่อนส่งต่อออกนอกประเทศ

เหยื่อโอน 2 แสน…เพราะเชื่อ “ตำรวจปลอม” ต้นเรื่องของคดีนี้ เริ่มจากประชาชนคนหนึ่งได้รับโทรศัพท์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คนร้ายแอบอ้างเป็นบริษัทโทรศัพท์ ก่อนสวมบทตำรวจ อ้างว่าบัตรประชาชนของเหยื่อถูกนำไปเปิดบัญชีฟอกเงิน จากนั้นส่งหมายศาลปลอม ข่มขู่ และบังคับให้โอนเงินเพื่อ “พิสูจน์ความบริสุทธิ์” เหยื่อหลงเชื่อ สูญเงิน 200,000 บาท แต่การเข้าแจ้งความครั้งนั้น กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตำรวจสาวไปถึงเครือข่ายอาชญากรรมทั้งขบวน

 

เงินซื้ออิสรภาพ…ซื้อกฎหมายไม่ได้ หลังควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนที่ สน.โคกคราม ตำรวจได้รับข้อมูลสำคัญว่า จะมีคนเข้ามา “เคลียร์คดี” ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งวางแผนเก็บพยานหลักฐานอย่างรัดกุม ไม่นานนัก หญิงชาวเวียดนามรายหนึ่ง ขับรถยนต์ Toyota C-HR เข้ามายังโรงพัก ก่อนเดินถือเงินสด 150,000 บาท เข้าไปมอบให้เจ้าหน้าที่ เพื่อขอให้ช่วยเหลือผู้ต้องหา

ทันทีที่การส่งมอบเงินเสร็จสิ้น ตำรวจจึงแสดงตัวจับกุม พร้อมแจ้งข้อหา ให้สินบนเจ้าพนักงาน เงินสดทั้ง 150,000 บาท ถูกยึดไว้เป็นของกลาง ปฏิบัติการ “ซื้ออิสรภาพ” จบลงที่ห้องสอบสวน

รองจ๋อชี้…นี่คือองค์กรอาชญากรรมครบวงจร พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า เครือข่ายนี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงโทรหลอกเหยื่อ แต่มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่รับเงินจากบัญชีม้า แปรสภาพเป็นทองคำและโทรศัพท์มือถือ ก่อนส่งต่อผู้รับผลประโยชน์ในประเทศเวียดนาม ทั้งหมดสะท้อนรูปแบบของ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีระบบฟอกเงินรองรับอย่างชัดเจน

ปลายทางของเงิน…คือความเสียหายของประเทศ ทุกสายโทรศัพท์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่ได้ทำให้ประชาชนสูญเสียเพียงเงินในบัญชี แต่เงินเหล่านั้น อาจกำลังถูกเปลี่ยนเป็นทองคำ เป็นทรัพย์สิน และไหลออกนอกประเทศ ผ่านเครือข่ายที่วางแผนอย่างแยบยล การจับกุมครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการปิดบัญชีม้า หรือจับผู้รับจ้างซื้อทอง แต่คือการตัดวงจร “การฟอกเงิน” ซึ่งเป็นหัวใจขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด เพราะคำถามสำคัญยังคงอยู่… “ผู้สั่งการตัวจริงอยู่ที่ไหน?” และตำรวจจะสามารถสาวไปถึง “หัวขบวน” ที่อยู่ต่างประเทศ เพื่อตัดวงจรคอลเซ็นเตอร์และการฟอกเงินได้อย่างถาวรหรือไม่ นั่นคือบทพิสูจน์สำคัญของการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในยุคดิจิทัล #canchaonews #สืบนครบาล #จ๋อแจ๊ะ #มือปราบจั่นเจา #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #คอลเซ็นเตอร์ #ฟอกเงิน #องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ #ยาไอซ์ #ตำรวจนครบาล #ข่าวอาชญากรรม