ผลสอบโศกนาฏกรรมชี้ต้นเพลิงเริ่มบนฝ้าเพดาน ก่อนเกิด “แบ็กดราฟต์” วุฒิสภาจี้ขยายคดีถึงผู้เกี่ยวข้อง

40 วินาที คือเวลาที่เปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้กลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ 40 วินาที คือช่วงเวลาที่เปลวไฟจากฝ้าเพดานลุกลาม ก่อนระเบิดย้อนกลับด้วยปรากฏการณ์ Backdraft คร่าชีวิตผู้คน 37 ราย และทำให้มีผู้บาดเจ็บอีก 77 ราย
ผ่านมาแล้วหลายเดือน แต่คำถามสำคัญยังไม่เคยหายไป… เหตุใดอาคารจึงกลายเป็นกับดักแห่งความตาย วันนี้ คำตอบเริ่มปรากฏชัดขึ้นจากผลการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐที่ถูกนำเสนอในที่ประชุม คณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ วุฒิสภา ผลสอบชี้ “PU Foam” ทับสายไฟ คือจุดกำเนิดเพลิง

ที่อาคารรัฐสภา นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี ประธานคณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าคดี โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง ประกอบด้วย กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานเขตจตุจักร สำนักงาน คปภ. การไฟฟ้านครหลวง พร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษา อาทิ พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง พล.ต.ท.วันไชย เอกพรพิชญ์ พล.ต.อ.ปัญญา มาแม่น นายสมชาย จรรยา และผู้เกี่ยวข้อง สาระสำคัญของการประชุมอยู่ที่ผลการตรวจสอบร่วมของกองพิสูจน์หลักฐาน การไฟฟ้านครหลวง และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ผลตรวจสอบระบุว่า จุดกำเนิดเพลิงอยู่บริเวณฝ้าเพดาน ซึ่งมีการฉีดพ่น โพลียูรีเทนโฟม (PU Foam) ปกคลุมสายไฟเพื่อเป็นฉนวนกันความร้อน เมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจร วัสดุดังกล่าวติดไฟอย่างรวดเร็ว ทำให้เพลิงลุกลามภายในอาคารในเวลาอันสั้น
เปิดภาพวงจรปิด 331 ไฟล์ ไขปริศนา “40 วินาทีนรก” การกู้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดกว่า 331 ไฟล์ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ได้อย่างละเอียด 23.50.23 น. ประกายไฟและกลุ่มควันเริ่มปรากฏบริเวณฝ้าเพดาน ก่อนเปลวไฟลุกลามเข้าสู่วัสดุ PU Foam อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ก๊าซร้อนและก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์สะสมอยู่ภายในอาคาร 23.51.03 น. เพียง 40 วินาทีต่อมา เมื่อผู้คนพยายามเปิดประตูหลบหนี ออกซิเจนจากภายนอกไหลเข้าสู่พื้นที่ปิดที่เต็มไปด้วยก๊าซร้อน จนเกิดปรากฏการณ์ Backdraft หรือการระเบิดย้อนกลับของเปลวไฟ แรงระเบิดเกิดขึ้นแทบจะในพริบตา และช่วงเวลาสั้น ๆ เพียง 40 วินาทีนั้น กลายเป็นเส้นแบ่งระหว่าง “รอด” กับ “สูญเสีย”

คดีเดินหน้า แต่คำถามยังไม่จบ! แม้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องแล้ว 1 ราย ทั้งในฐานะนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย บาดเจ็บสาหัส และเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในการประชุม คณะอนุกรรมาธิการเห็นว่า การดำเนินคดีอาจยังไม่ครอบคลุมข้อเท็จจริงทั้งหมด ที่ประชุมตั้งข้อสังเกตว่า การต่อเติมอาคารและการใช้วัสดุ PU Foam ฉีดทับสายไฟ อาจเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่
พร้อมตั้งคำถามต่อหน่วยงานกำกับดูแลว่า
* เหตุใดการต่อเติมอาคารจึงผ่านการตรวจสอบ
* เหตุใดวัสดุที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้จึงถูกนำมาใช้งาน
* มีบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องร่วมรับผิดชอบเพิ่มเติมหรือไม่

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการเสนอให้พนักงานสอบสวน ขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึง และได้สอบถามสำนักงานเขตจตุจักรถึงกำหนดการดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายอาคาร เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานหลายประเด็นปรากฏชัดแล้ว
เยียวยาไม่สมดุล ความเสียหายเกินวงเงินประกัน อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นอย่างจริงจังคือ การเยียวยาผู้เสียหาย ข้อมูลที่ประชุมระบุว่า สถานประกอบการทำประกันภัยไว้ประมาณ 40 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งตัวอาคารและความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เมื่อเทียบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น มีผู้เสียชีวิต 37 ราย และผู้บาดเจ็บ 77 ราย คณะอนุกรรมาธิการเห็นว่า วงเงินดังกล่าวอาจไม่เพียงพอต่อการเยียวยาความเสียหายทั้งหมด จึงเสนอให้ กระทรวงยุติธรรม และ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายในเชิงรุก ทั้งด้านกฎหมายและการเรียกค่าสินไหมทางแพ่ง เพื่อให้ครอบครัวผู้สูญเสียได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการกฎหมาย ด้านสำนักงาน คปภ. ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตที่มีกรมธรรม์ประกันภัยส่วนบุคคล 11 ราย คิดเป็นวงเงินคุ้มครองรวมกว่า 9 ล้านบาท และได้กำชับบริษัทประกันภัยให้เร่งจ่ายค่าสินไหมโดยเร็ว พร้อมย้ำว่า ไม่ควรใช้การรอผลชันสูตรพลิกศพเป็นเหตุในการชะลอการจ่ายเงิน

บทเรียนราคาแพง ที่ประเทศต้องไม่ปล่อยให้ซ้ำรอย ช่วงท้ายของการประชุม นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ควรเป็นบทเรียนสำคัญของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานเร่งทบทวนมาตรฐานการตรวจสอบสถานบริการ การควบคุมการต่อเติมอาคาร และระบบป้องกันอัคคีภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันอีก โศกนาฏกรรมครั้งนี้อาจไม่ได้จบลงเพียงการค้นพบว่า “ไฟเริ่มจากตรงไหน” แต่กำลังขยายไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า คือ “เหตุใดความเสี่ยงจึงถูกปล่อยให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก” ผลการตรวจสอบได้อธิบายกลไกของการเกิดเพลิงและปรากฏการณ์ Backdraft อย่างชัดเจนแล้ว ขณะที่กระบวนการยุติธรรมยังต้องเดินหน้าต่อ เพื่อพิจารณาความรับผิดของผู้เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน เพราะสำหรับครอบครัวของผู้เสียชีวิต 37 ชีวิต คำตอบที่แท้จริงไม่ได้มีเพียงว่า “ไฟเริ่มจากอะไร”

แต่คือ ใครต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสีย และประเทศจะป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำได้อย่างไร #canchaonews #โรงเบียร์ลาดพร้าว #PU Foam #โพลียูรีเทนโฟม #แบ็กดราฟต์ #Backdraft #วุฒิสภา #คณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ #เพลิงไหม้สถานบริการ #มือปราบจั่นเจา
