เปิดยุทธการยึด 17.5 ล้านเม็ด แกะรอยคลังพักยา สู่การล่านายทุนตัวจริง

ช่วงค่ำคืนวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ภายในเพิงพักกลางพื้นที่เกษตรแห่งหนึ่งในอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ชายสองคนกำลังทยอยแบกกระสอบสีรุ้งขึ้นรถเข็นอย่างเร่งรีบ โดยไม่รู้ว่า ทุกความเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้สายตาของชุดสืบสวนที่เฝ้าติดตามมาหลายสัปดาห์

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมและเปิดกระสอบใบแรก ภาพที่ปรากฏคือเม็ดยาสีส้มจำนวนมหาศาล ก่อนการตรวจค้นจะพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ถึง 48 กระสอบ รวมกว่า 9.56 ล้านเม็ด เพียงสองวันถัดมา ช่วงกลางดึกบนถนนสายลพบุรี–สระบุรี รถกระบะต้องสงสัยอีกคันเร่งเครื่องหลบหนีการตรวจค้น ถอยชนรถตำรวจเพื่อเปิดทางหลบหนี แต่สุดท้ายต้องทิ้งรถไว้กลางแยกไฟแดงโรบินสัน จังหวัดลพบุรี พร้อมของกลาง ยาบ้าอีก 8 ล้านเม็ด ภายในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่สามารถสกัดยาบ้ารวมกว่า 17.56 ล้านเม็ด ก่อนกระจายเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล นับเป็นหนึ่งในปฏิบัติการสกัดยาเสพติดครั้งสำคัญที่สุดของปี 2569

ยุทธการที่ไม่ได้วัดผลเพียง “จำนวนเม็ดยา” การแถลงผลการจับกุม นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สะท้อนทิศทางการทำงานที่ชัดเจน คือการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ไม่ใช่เพียงจับผู้ลำเลียง แต่ต้องขยายผลไปถึงผู้สั่งการ ผู้สนับสนุน และเส้นทางการเงินขององค์กรอาชญากรรม เป้าหมายสำคัญ คือ การตัดวงจรการลำเลียงยาเสพติดก่อนเข้าสู่พื้นที่ชุมชน ซึ่งเป็นจุดที่สร้างผลกระทบต่อประชาชนมากที่สุด

คดีแรก ที่เพิงพักกลางสระบุรี กับคลังยากว่า 9.56 ล้านเม็ด การสืบสวนของชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) เริ่มต้นจากการขยายผลคดีสำคัญเมื่อต้นปี 2569 ก่อนพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ลักลอบใช้เพิงพักในพื้นที่ตำบลหนองแขม อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี เป็นจุดเก็บยาเสพติด คืนวันที่ 24 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหา 2 คนกำลังขนกระสอบออกจากเพิงพัก จึงเข้าตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 48 กระสอบ รวมประมาณ 9,560,000 เม็ด พร้อมโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ผู้ต้องหายอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างให้ทำหน้าที่เฝ้าและเตรียมยาเสพติดเพื่อรอคำสั่งกระจายต่อไปยังลูกค้า สำหรับตำรวจ นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของคดี แต่เป็นเพียงประตูบานแรกที่จะนำไปสู่การขยายผลถึงผู้บงการและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง

คดีที่สอง พบรถกระบะปริศนา กับยาบ้าอีก 8 ล้านเม็ด ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ขยายผลจากการจับกุมผู้ค้ารายย่อย จนพบข้อมูลว่ามีการลำเลียงยาเสพติดผ่านจังหวัดลพบุรี เพื่อเตรียมส่งต่อเข้าสู่กรุงเทพมหานคร คืนวันที่ 25 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่สะกดรอยรถกระบะต้องสงสัยบนเส้นทางลพบุรี–สระบุรี เมื่อแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องหลบหนี ถอยชนรถตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงยิงสกัด ก่อนผู้ต้องหาจะทิ้งรถและหลบหนีไปกับความมืด ภายในรถพบยาบ้า 40 กระสอบ รวมกว่า 8 ล้านเม็ด พร้อมโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ของกลาง ก่อนส่งมอบคดีให้กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดขยายผลต่อ

ทำไม “สระบุรี–ลพบุรี” จึงถูกใช้เป็นจุดพักยา แม้ทั้งสองคดีจะเป็นคนละสำนวน แต่สะท้อนรูปแบบการลำเลียงที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน จังหวัดสระบุรีและลพบุรีเป็นประตูเชื่อมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง มีโครงข่ายถนนสายหลักหลายเส้นทาง เชื่อมเข้าสู่กรุงเทพมหานครได้อย่างรวดเร็ว พื้นที่ลักษณะนี้จึงมักถูกใช้เป็น “คลังพัก” เพื่อลดความเสี่ยงจากการขนส่งระยะไกล ก่อนแตกกระจายส่งต่อไปยังผู้ค้ารายย่อยในหลายจังหวัด การใช้เพิงพัก บ้านเช่า หรือรถบรรทุกทั่วไป ยังช่วยอำพรางการลำเลียง ทำให้การตรวจจับทำได้ยากยิ่งขึ้น

เป้าหมายต่อไป ไม่ใช่คนเฝ้ายา แต่คือผู้บงการ การจับกุมผู้เฝ้ายาหรือผู้ลำเลียง เป็นเพียงการตัดแขนขาขององค์กรอาชญากรรม สิ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าต่อ คือ การติดตามผู้สั่งการ ผู้ร่วมขบวนการ นายทุน และเส้นทางการเงิน ซึ่งเป็นหัวใจของเครือข่ายค้ายาเสพติด เพราะทุกเม็ดที่ถูกยึดได้ ย่อมหมายถึงรายได้มหาศาลที่เครือข่ายสูญเสีย แต่หากยังปล่อยให้ทุนอาชญากรรมดำรงอยู่ วงจรการผลิตและลำเลียงก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ การยึดทรัพย์ ตัดเส้นทางการเงิน และดำเนินคดีกับผู้บงการ จึงเป็นมาตรการที่มีผลต่อการสลายเครือข่ายในระยะยาวมากกว่าการจับกุมผู้ปฏิบัติการเพียงอย่างเดียว

สงครามที่ยังไม่สิ้นสุด! ของกลางยาบ้ากว่า 17.56 ล้านเม็ด ที่ถูกสกัดไว้ได้ครั้งนี้ อาจช่วยป้องกันไม่ให้ยาเสพติดจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่ชุมชน ลดโอกาสที่เยาวชนและประชาชนจำนวนมากจะตกเป็นเหยื่อของยานรก แต่ในอีกด้านหนึ่ง ปฏิบัติการครั้งนี้ยังสะท้อนว่า เครือข่ายค้ายาเสพติดยังคงมีศักยภาพในการลำเลียงครั้งละหลายล้านเม็ด และพร้อมปรับเปลี่ยนเส้นทาง วิธีการ และผู้ปฏิบัติงานอยู่ตลอดเวลา สงครามกับยาเสพติดจึงไม่ได้จบลงที่การยึดของกลางล็อตใหญ่ หากจะวัดผลจากความสามารถในการติดตามผู้สั่งการ ยึดทรัพย์ ตัดเส้นทางการเงิน และทำลายโครงสร้างของเครือข่ายอาชญากรรมให้หมดสิ้น

เพราะทุกเม็ดที่ถูกสกัดไว้ได้ คือโอกาสที่สังคมไทยจะปลอดภัยขึ้นอีกหนึ่งก้าว แต่ทุกเครือข่ายที่ยังหลบซ่อนอยู่ คือความท้าทายที่เจ้าหน้าที่ต้องเดินหน้าสืบสวนต่อไป จนกว่าจะถึงต้นตอของขบวนการอย่างแท้จริง #ทลายเครือข่ายยาเสพติด #ยาบ้า17ล้านเม็ด #จับยาบ้าล็อตใหญ่ #สระบุรี #ลพบุรี #ตำรวจนครบาล #บชปส #ข่าวอาชญากรรม #สกู๊ปพิเศษ #มือปราบจั่นเจา #canchaonews #จ๋อแจ๊ะ