เปิดโปง ขบวนการดูดไฟหลวงพันล้าน—ลากไส้เจ้าหน้าที่รัฐฉ้อฉล

เครือข่ายลักลอบขุดเงินดิจิทัลผิดกฎหมาย ไม่ได้เป็นเพียงอาชญากรรมเทคโนโลยีธรรมดา หากแต่คือ ขบวนการอาชญากรรมเชิงระบบ ที่ฝังรากลึก เชื่อมโยงทุนสีเทา เจ้าหน้าที่รัฐ และผลประโยชน์มหาศาลจาก “ไฟฟ้าของประชาชน” วันที่ 26 มกราคม 2569 ณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ ภาพที่ปรากฏต่อหน้าสื่อมวลชน คือการยืนเรียงแถวของผู้บริหารระดับสูงกระทรวงยุติธรรม ดีเอสไอ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อแถลงผลการทลายเครือข่าย “เหมืองบิตคอยน์เถื่อน” ที่สร้างความเสียหายต่อรัฐ นับพันล้านบาท และพัวพันถึงเจ้าหน้าที่รัฐหลายระดับ

ปฏิบัติการตัดหัวงู พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดฉากเล่าย้อนจุดเริ่มต้นว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ได้มีการเปิดปฏิบัติการลับภายใต้ชื่อ “Operation Copperhead” เป้าหมายไม่ใช่แค่จับผู้กระทำผิดปลายแถว แต่ต้อง ขยายผลถึงนายทุน ผู้มีอิทธิพล และผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริง

คำสั่งชัด! ไม่จบแค่โรงขุด ไม่หยุดแค่คนเฝ้าเครื่อง จากโกดังลับสู่ขบวนการอาชญากรรม หมากสำคัญเกิดขึ้นวันที่ 19 มกราคม 2569 เมื่อดีเอสไอเปิดปฏิบัติการ “Clean House” เข้าตรวจค้น 7 เป้าหมายในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรสาคร ผลลัพธ์สะเทือนวงการ ยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัล 3,642 เครื่อง พบการลักลอบใช้ไฟฟ้าปริมาณมหาศาล เจอหลักฐานเชื่อมโยงถึง กลุ่มนายทุน–เครือข่ายจีนเทา และที่ร้ายแรงที่สุด ร่องรอยเจ้าหน้าที่รัฐร่วมขบวนการ เจ้าหน้าที่รัฐ 4 ราย กับบทบาท “ฟันเฟืองสำคัญ”

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ เปิดโปงว่า จากการตรวจค้น พบเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเกี่ยวข้อง 4 ราย ครอบคลุมตั้งแต่ระดับบริหารจนถึงปฏิบัติการ ผู้ช่วยผู้ว่าการไฟฟ้าฯ รองผู้จัดการเขต พนักงานช่าง อดีตพนักงาน (เกษียณปี 2568) พฤติการณ์ไม่ใช่แค่ “ละเลยหน้าที่” แต่คือ ใช้อำนาจโดยมิชอบ ทั้ง จัดหาโกดัง อำนวยความสะดวกด้านไฟฟ้าและหม้อแปลง ตรวจสอบและปรับโหลดไฟ รับผลประโยชน์รายเดือน หลักแสน–สูงสุดราว 4 แสนบาท
เส้นเงินต้องสงสัย กับทรัพย์สินเกินฐานะ วันที่ 25 มกราคม 2569 คณะพนักงานสอบสวนบุกตรวจค้นบ้านพักผู้บริหารระดับสูงการไฟฟ้าฯ 3 จุด ใน จ.นครปฐม และ จ.ชลบุรี สิ่งที่พบไม่ใช่แค่เอกสาร แต่คือ คำตอบของคดี ทั้ง เงินสดและหลักฐานเงินฝาก รวมกว่า 15.77 ล้านบาท สมุดบัญชีธนาคาร 10 เล่มเส้นทางการเงินย้อนหลังตั้งแต่ปี 2567 รายได้ที่ตรวจสอบได้ ไม่สอดคล้องกับทรัพย์สิน เข้าข่าย ร่ำรวยผิดปกติ ขบวนการเป็นระบบ พยายามแทรกแซงยุติธรรม

การตรวจยึดโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ กล้องวงจรปิด และเอกสารจำนวนมาก สะท้อนภาพชัดว่า นี่ไม่ใช่การกระทำเฉพาะตัวบุคคล แต่คือ เครือข่ายอาชญากรรมที่วางแผนเป็นขั้นเป็นตอน พร้อมข้อมูลบุคคลต้องสงสัยบางราย ที่เข้าข่าย พยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ไม่เว้นใครไว้หลังฉาก ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ยืนยันหนักแน่น คดีนี้จะดำเนินอย่างเสมอภาค ไม่ละเว้นแม้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีตำแหน่ง ดีเอสไอเตรียมส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. และหากพบหน่วยงานอื่นเกี่ยวข้อง จะขยายผล ถึงที่สุด ความเสียหายพันล้าน กับคำถามต่อระบบ

ด้าน นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ระบุว่า การลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดบิตคอยน์สร้างความเสียหายให้รัฐ มากกว่า 1,000 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกสั่ง พักราชการทันที และตั้งกรรมการสอบวินัยควบคู่คดีอาญา คดีเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยีผิดกฎหมาย แต่คือ กระจกสะท้อนรอยรั่วของระบบรัฐ

คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “ใครทำ” แต่คือ ยังมีอีกกี่ขบวนการที่ซ่อนอยู่ใต้สายไฟของประเทศนี้ และ Operation Copperhead… อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการล่าความจริงที่ยังไม่จบ! #canchaonews #canchaonews.com #การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค #DSI #เหมืองบิตคอยน์เถื่อน #ดูดไฟหลวง #เจ้าหน้าที่รัฐ #ร่ำรวยผิดปกติ #ฉ้อฉล
