ถอดรหัสการขยับทัพของ “อภิสิทธิ์-ปชป.” กับเดิมพันครั้งสำคัญในสมรภูมิเขต 20

ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ถาโถม “ลาดกระบัง” กลับกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่นักสังเกตการณ์ทางการเมืองไม่อาจละสายตา นี่ไม่ใช่เพียงเขตเลือกตั้งชานเมือง แต่คือ “หัวใจ” ของเขตเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างรวดเร็ว และเป็นบทพิสูจน์ว่าในยุคที่กระแสโซเชียลนำทาง “นโยบายเนื้อหา” จะยังสามารถปักธงในใจประชาชนได้หรือไม่
รอยต่อแห่งการเปลี่ยนแปลง จากทุ่งนาสู่มหานคร พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 20 (ลาดกระบัง ยกเว้นลำปลาทิว) คือภาพจำลองของประเทศไทยในปัจจุบัน พื้นที่นี้กำลังเผชิญกับสภาวะ “เมืองเหลื่อมล้ำ” อย่างรุนแรง ในขณะที่มอเตอร์เวย์พาดผ่านและสนามบินสุวรรณภูมิเติบโต แต่ชุมชนดั้งเดิมและหมู่บ้านจัดสรรใหม่กลับต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่พุ่งสูง และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ไร้การจัดการอย่างเป็นระบบ
การลงพื้นที่ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสกลธี ภัททิยกุล ณ ตลาดสดเกรียงไกร จึงไม่ใช่แค่การเดินขอคะแนน แต่คือการนำ “ความจริง” มากางต่อหน้าประชาชน นายอภิสิทธิ์สะท้อนภาพชัดเจนว่า ปัญหาใหญ่คือเศรษฐกิจที่เติบโตแบบ “กระจุกตัว” แต่ “กระจายความทุกข์” สู่รายย่อย เราไม่ได้ต้องการเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวเพียงชั่วครั้งชั่วคราวด้วยยาแรง แต่ลาดกระบังต้องการโครงสร้างที่รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้รายได้ของชาวบ้านเติบโตทันกับความเจริญของเมือง

“รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง” กับภารกิจเชื่อมโยงโอกาส คือเราต้องดีไซน์ของเราเอง คุ้มหรือไม่คุ้มอยู่ที่พวกเรา คุ้มไม่คุ้มอยู่ที่เพื่อนว่าจะกินแบบไหน? ชอบแบบไหน? เมื่อเมืองเปลี่ยนไป โจทย์ของผู้แทนจึงเปลี่ยนตาม พรรคประชาธิปัตย์ จึงส่ง นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้สมัครที่ไม่ได้มีดีแค่ประวัติการทำงาน แต่เป็น “ผู้บริหารสายคลุกฝุ่น” ที่เข้าใจรอยต่อของความเจริญนี้ดีที่สุด
ด้วยสายสัมพันธ์ในพื้นที่และประสบการณ์อันยาวนาน ผ่านหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่นที่ 16 และ หลักสูตร “ผู้นำพลังอำนาจแห่งชาติ” รุ่นที่ 2 “นายรัฐศักดิ์” ถูกวางตัวให้เป็น “ตัวกลาง” ในการเชื่อมโยงผลประโยชน์จากนิคมอุตสาหกรรม และโครงการยักษ์ใหญ่ ให้กลับคืนสู่สวัสดิการชุมชน ทั้งเรื่องสาธารณสุขที่ต้องเข้าถึงง่ายขึ้น และการศึกษาที่ต้องทันต่อเทคโนโลยี นี่คือการเปลี่ยนจาก “ผู้แทนรับใช้” มาเป็น “ผู้แทนนักยุทธศาสตร์พื้นที่”
หมัดเด็ดประกันสังคม ปฏิรูปสวัสดิการของคนทำงาน จุดที่น่าสนใจที่สุดในเชิงนโยบาย คือการชูเรื่อง “การปฏิรูประบบประกันสังคม” ซึ่งเป็นประเด็นที่แหลมคมที่สุดสำหรับเขต 20 ที่เต็มไปด้วยแรงงานในระบบและพนักงานออฟฟิศนับแสนคน นายอภิสิทธิ์ เสนอทางออกที่กินได้จริง ด้วยการ “ปลดล็อกสำนักงานประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระ” เพื่อความโปร่งใสและเพิ่มผลตอบแทนบำนาญชราภาพ นี่คือการสื่อสารที่ตรงจุด (Pain Point) ของคนวัยทำงานที่กังวลเรื่องความมั่นคงหลังเกษียณ ท่ามกลางค่าครองชีพที่ไม่มีวันลดลง
“สุจริต” คือ ต้นทุนที่แพงที่สุด ในช่วงโค้งสุดท้าย ที่กระแสการเมืองมักถูกเบี่ยงเบนด้วยเม็ดเงินและอารมณ์ชั่ววูบ “อภิสิทธิ์” ได้ฝากข้อคิดที่เป็น “วัคซีนการเมือง” ให้กับคนลาดกระบังว่า “ความสุจริตคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนา” หากเลือกนักการเมืองที่เข้ามาด้วยทุนที่มิชอบ ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมไม่ใช่การพัฒนาที่เห็นหัวประชาชน

ศึกลาดกระบังในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล… แต่มันคือ การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ของคนเขต 20 ว่า จะยอมรับ “นโยบายเชิงโครงสร้าง” ที่อาจดูไม่หวือหวาแต่ยั่งยืน หรือจะยังคงอยู่กับ “วงจรการเมืองแบบเดิม” ในวันที่นาฬิกาการเมืองเดินสู่จุดตัดสิน… “รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง” และประชาธิปัตย์ จะสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ว่า “การเมืองที่กินได้” คือคำตอบที่ลาดกระบังเฝ้ารอ… #canchaonews #canchaonews.com #กรุงเทพปลอดภัย #ลาดกระบังต้องรอด #ประชาธิปัตย์ #การเมืองที่กินได้
