ความตายที่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่คือคำถามที่ต้องมีคำตอบ?
คืนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ไม่มีใครคาดคิดว่า “นัท–ณัฐวุฒิ ปงลังกา” อดีตนักข่าวและผู้ประกาศข่าวช่อง 8 วัยเพียง 35 ปี จะจากไปอย่างกระทันหันภายในบ้านของตัวเองบนผ้าปูพื้นอย่างเรียบง่าย ไม่มีบาดแผล ไม่มีการต่อสู้ ไม่มีเสียงร้องขอช่วยเหลือ
แต่ “ความเรียบร้อยเกินไป” หลายครั้ง คือ จุดเริ่มต้นของความผิดปกติ วันนี้ (5 ธ.ค. 2568) ผลชันสูตรจาก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ชี้ชัด ในเลือดและกระเพาะของเขามี ไซยาไนด์ระดับสูง สารพิษที่ฆ่าชีวิตภายในไม่กี่นาที เปลี่ยนทิศทางคดีจาก “นอนหลับแล้วเสียชีวิต” ไปสู่ “การเสียชีวิตผิดธรรมชาติที่อาจเกี่ยวพันกับอาชญากรรม” สปอตไลต์นอกจากนี้ เริ่มส่องเข้าหาคืนสุดท้ายของนัท… คืนที่เขา “ไม่ได้อยู่คนเดียว”
นิติวิทยาศาสตร์ไขรหัสไซยาไนด์ไม่ได้มาเอง! ผลตรวจพิสูจน์ที่ถูกเปิดเผย คือกุญแจดอกใหญ่ที่สุดของคดีนี้ พบไซยาไนด์ทั้งในกระเพาะและเลือด หลักฐานที่ฟ้องชัดว่า “กลืนเข้าไป” ไม่ใช่สูดดม ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยา วิเคราะห์ว่า การพบพิษในสองตำแหน่งสำคัญของระบบทางเดินอาหาร ชี้ชัดว่าเป็นการได้รับพิษผ่านการกินแบบ เฉียบพลัน (Acute ingestion) “นี่คือรูปแบบที่พบในคดีฆาตกรรมด้วยสารพิษหลายเคส ความเป็นไปได้ของการฆาตกรรม หรือการถูกวางยา สูงกว่าทุกสมมติฐานอื่น” ดร.ตฤณห์ กล่าว ไซยาไนด์ไม่สามารถปนเปื้อนหลังตายในระดับนี้ได้ ดังนั้น… ผู้ตายต้องได้รับพิษ “ก่อนเสียชีวิตไม่นาน”
ไขปมกลุ่มเพื่อนคืนก่อนตาย ! คืนก่อนพบศพ นัทมีเพื่อนมานั่งพูดคุยในบ้าน 5–6 คน ทุกคนทยอยกลับ แต่มี 2 คน อยู่จนถึงช่วงเวลาสุดท้ายก่อนเขาล้มตัวนอน ตำรวจเรียกทั้งหกคนเข้าสอบปากคำแล้ว และจะสอบสวนเชิงลึกถึงลำดับเหตุการณ์ว่า -ใครเป็นคนชงหรือหยิบเครื่องดื่มให้ผู้ตาย? -อาหารหรือเครื่องดื่มในบ้านถูกเตรียมโดยใคร? -มีใครเห็นอาการผิดปกติของนัทก่อนล้มตัวลงนอนหรือไม่? -ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ตายกับเพื่อนแต่ละคนเป็นอย่างไร? คดีไซยาไนด์“ภาชนะสุดท้ายที่ผู้ตายใช้” คือหลักฐาน เครื่องดื่ม ยาเม็ด หรือแม้กระทั่งอาหารเล็กๆ น้อยๆ อาจเป็นคำตอบของทั้งคดี
จุดเกิดเหตุที่ถูกตั้งคำถาม? ตำรวจใช้ซักถามเพื่อไขปริศนา ทั้ง ผู้ตายรู้สึกตัวก่อนเสียชีวิตหรือไม่? มีสารอย่างอื่นร่วมทำให้หมดแรง/หมดสติหรือไม่? หรือถูกวางยาขนาดทำให้ร่างกาย “ล้มลงอย่างเงียบงัน”? ไซยาไนด์มาจากไหน? ไซยาไนด์ไม่ใช่สารหาง่าย ต้องมาจากแหล่งที่มีการเข้าถึงโดยเฉพาะ หรือการจัดซื้อที่ต้องการเจตนา จุดที่ตำรวจต้องเร่งขยายผล -การตรวจสอบแหล่งจัดซื้อสารพิษ — ออนไลน์/ออฟไลน์ -ตรวจภาชนะ เครื่องดื่ม อาหารที่พบในบ้าน -เก็บดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือที่เกี่ยวข้อง -สอบประวัติความสัมพันธ์ผู้ตาย -ตรวจสอบความขัดแย้งส่วนตัว–การงาน–การเงิน -ตรวจอุปกรณ์ กล้องวงจรปิด ทุกเสี้ยววินาที เพราะ คนที่จะใช้ไซยาไนด์ ต้อง “รู้” วิธีใช้ และ “ตั้งใจ” ใช้
กล้องวงจรปิดอีกหนึ่งพยานเงียบที่กำลังถูกไล่ล่า! CCTV ของหมู่บ้านบันทึกภาพรถกู้ภัยเข้ามารับร่างผู้ตายเวลา 11.30 น. แล้วออกจากหมู่บ้านเวลา 12.06 น. แต่ข้อมูลก่อนหน้านั้น…คือสิ่งที่ตำรวจเร่งดึงออกมา -ใครเข้า–ออกบ้านในช่วงดึกคืนก่อนเกิดเหตุ? -มีกลุ่มเพื่อนกลับพร้อมกันจริงหรือไม่? -มีบุคคลแปลกหน้าเข้าใกล้บ้านหรือไม่? ทุกวินาทีอาจตอบได้ว่า “ใครคือคนสุดท้ายที่เห็นเขามีชีวิตอยู่” ขณะนี้บ้านถูกปิดกั้นด้วย Police line เต็มพื้นที่ พร้อมให้ พฐ. ลงตรวจพิสูจน์ละเอียดอีกรอบ นี่คือขั้นตอนสำคัญที่จะตามหา -ภาชนะที่มีคราบสารพิษ -ร่องรอยการผสมสาร -ก๊าซหรือสารปนเปื้อนในอากาศ -คราบบนโต๊ะ เครื่องดื่ม ขวดน้ำ -เครื่องใช้ครัว -รวมถึงร่องรอยจางๆ ที่อาจถูก “ทำให้หายไป”
ในคดีไซยาไนด์ การทำลายหลักฐานทำได้ง่ายกว่าที่คิด เพราะเพียงน้ำหนึ่งถ้วย ก็ชะล้างความจริงไปได้มาก สมมติฐานที่เหลืออยู่บนโต๊ะสืบสวน ไม่ว่าประเด็น -ฆาตกรรมโดยเจตนา รูปแบบเข้ากับคดีนี้ที่สุด เพราะต้องมี “การเตรียมการ” และการเข้าถึงสารพิษ -ฆ่าตัวตาย น้อยกว่าอย่างมาก แต่ตำรวจยังไม่ปัดตก เพราะต้องพิสูจน์ว่าผู้ตายมีพฤติกรรมหรือสภาพจิตใจบ่งชี้หรือไม่ -อุบัติเหตุ แทบเป็นศูนย์ เพราะไซยาไนด์ไม่ใช่สารที่กินผิดได้ง่าย -ผู้อื่นประมาททำให้ตาย กรณีลักษณะการผสมสารผิดพลาด แต่ยังไม่พบข้อมูลสนับสนุน เส้นทางคลี่คลายคดีจะไปทางไหนต่อ? ตำรวจต้องรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นหมุดหมายสำคัญ
ขณะที่แนวทางการสืบสวนพุ่งไปที่ 2 กลุ่มใหญ่ -คนใกล้ชิดที่อยู่กับเขาในคืนสุดท้าย ทั้ง 6 คน โดยเฉพาะ “2 คนสุดท้าย” คำให้การต้องสอดคล้องกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทุกจุด -ภาชนะและสิ่งของต้องสงสัย ทุกแก้ว ทุกขวด จะถูกตรวจหาไซยาไนด์ในระดับโมเลกุล ฉะนั้นความตายของ “นัทปง” ไม่ได้เป็นเพียงข่าวเศร้าของวงการสื่อ แต่มันคือ เงื่อนงำที่สังคมกำลังจับตาว่า ใครกันที่อยู่เบื้องหลัง -เพื่อน? -คนใกล้ชิด? -หรือมีบุคคลที่ไม่คาดคิด? สิ่งหนึ่งที่แน่ชัดคือ… ไซยาไนด์ไม่ใช่อุบัติเหตุ มันคือ สัญญาณของเจตนา
และในคดีที่ไร้เสียงพยาน โลกของวิทยาศาสตร์ จะกลายเป็น “พยานคนสุดท้าย” ที่พูดแทนผู้ตาย กระบวนการเพื่อความจริงเริ่มขึ้นแล้ว และคำตอบจะถูกถอดรหัส…ทีละชั้น ทีละโมเลกุล พิสูจน์ความจริงในเร็วๆนี้ #สมชาย จรรยา #canchaonews #canchaonews.com #คดีไซยาไนด์สังหารนักข่าว #ไขปริศนาคืนมรณะ #ณัฐวุฒิ ปงลังกา #พิสูจน์ความจริง
