บ่อนกลางเมืองโคราช ซ่อนในโรงแรมดัง เงินสะพัดคืนละล้าน…ใครคือคนเปิดประตูให้ “รอด”?

ณ ใจกลางเมืองนครราชสีมา… โรงแรมชื่อคุ้นหูแห่งหนึ่งยังคงเปิดไฟสว่างไสว ต้อนรับแขกเหรื่อเหมือนเช่นทุกค่ำคืน ภายนอกไม่มีเสียงอึกทึก ไม่มีภาพผิดสังเกตที่ชวนให้สะดุดตา แต่เบื้องหลังประตูที่ปิดสนิทกลับซ่อน “โลกอีกใบ” ที่คนนอกเข้าไม่ถึง

นั่นคือโลกของการพนันผิดกฎหมายที่ดำเนินกิจการอย่างเงียบเชียบ ยาวนาน และแนบเนียน จนกลายเป็นคำถามที่กรีดลึกในใจคนในชุมชนว่า… บ่อนแห่งนี้ยืนหยัดอยู่รอดมาได้อย่างไร? แต่แล้ว คำตอบที่เคยคลุมเครือก็เริ่มชัดเจนขึ้นในค่ำคืนวันที่ 13 มกราคม 2569 เมื่อเกมที่ฝ่ายจัดตั้งเชื่อว่า “คุมกระดานอยู่” ถูกรุกฆาตแบบไม่ทันตั้งตัว!

เสียงกระซิบที่เริ่มดัง… สู่ปฏิบัติการ “สายลับ” ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการสุ่มตรวจตามวงรอบ แต่มันเริ่มต้นจาก “เสียงกระซิบ” ของชาวบ้านที่ดังหนาหูขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นคำร้องเรียนอย่างเป็นทางการที่หลั่งไหลเข้าสู่ศูนย์ดำรงธรรม ตั้งแต่ระดับจังหวัด กรม จนถึงกระทรวง ข้อมูลจากชาวบ้านระบุตรงกันว่า บ่อนแห่งนี้ไม่ใช่แค่ที่พักพิงชั่วคราวของนักแสวงโชค แต่มันคือ “มะเร็งร้ายที่เปิดซ้ำเปิดซ้อน” หลายครอบครัวต้องพังทลาย ทรัพย์สินถูกขาย ชีวิตถูกจำนำ แต่ที่น่าเจ็บใจคือทุกครั้งที่มีการร้องเรียน เจ้าหน้าที่มักจะ “มาถึงช้าไปก้าวหนึ่งเสมอ” เมื่อเรื่องราวสะสมจนถึงจุดที่เพิกเฉยไม่ได้ กรมการปกครองจึงตัดสินใจขยับหมากสำคัญ การเดินเกมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การยกกำลังเข้าตรวจค้น แต่เป็นการ “ส่งสายลับ” แฝงตัวเข้าไปใจกลางรังมด เพื่อทลายเกราะป้องกันที่แน่นหนา

เจาะรังมด ระบบมืออาชีพที่ออกแบบมาเพื่อ “หนี” ผลจากการสอดแนมทำให้ภาพที่เคยพร่ามัวชัดเจนขึ้นทันที นี่ไม่ใช่แค่การตั้งวงไพ่หลังร้าน แต่มันคือบ่อนการพนันเต็มรูปแบบที่จัดระบบอย่างเป็นมืออาชีพ มีคนคอยดูต้นทางตั้งแต่ปากซอย มีสัญญาณเตือนภัยที่รวดเร็ว และมีเส้นทางหลบหนีที่ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล ทุกตารางนิ้วถูกสร้างมาเพื่อจุดประสงค์เดียวคือ… “หายตัวให้ทันก่อนถูกจับ” เมื่อหลักฐานสุกงอม ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ภายใต้การอำนวยการของ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง จึงบูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดนครราชสีมา นำโดย นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัด และสรรพสามิตพื้นที่ เคลื่อนกำลังเข้าปิดล้อม “โรงแรมโรสอินการ์เด้น” ทันที!

เมื่อประตูถูกกระชากออก… ความจริงก็ปรากฏ ทันทีที่ชุดปฏิบัติการบุกถึงพื้นที่ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือความโกลาหล ภายในโรงแรมพบการเล่นพนันเต็มรูปแบบ แบ่งเป็นวงเสือมังกร 2 วง และไฮโล 1 วง เจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวนักพนันได้ 85 ราย ยึดเงินสดกว่า 8 แสนบาท พร้อมชิปแทนเงินสดอีกกว่า 4 แสนบาท รวมมูลค่าของกลางที่วางอยู่บนโต๊ะกว่า 1.3 ล้านบาท แต่สิ่งที่ทำให้คดีนี้ “ไม่ธรรมดา” และน่าตกใจยิ่งกว่าจำนวนเงิน คือตัวตนของผู้ที่นั่งคุมเกม…

เจ้ามือข้ามแดน กับ “ช่องว่าง” ที่ถูกเปิดทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่จับกุมเจ้ามือได้ 4 ราย เป็นชาวกัมพูชา (ชาย 2 หญิง 2) ทั้งหมดคือแรงงานที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายมาจากจังหวัดบ็อนเตียย์เมียนเจ็ย และพระตะบอง โดยให้การในทิศทางเดียวกันว่า “ไม่มีงานทำ จึงจ่ายเงินให้ขบวนการนำพา เพื่อข้ามมาทำงานเป็นเจ้ามือบ่อนในไทย” คำถามสำคัญจึงถูกส่งไปถึงผู้รับผิดชอบพื้นที่ทันที! แรงงานผิดกฎหมายกลายเป็นเจ้ามือบ่อนใหญ่ใจกลางเมืองได้อย่างไร? และใครคือ “คนเปิดประตู” ให้ธุรกิจสีเทานี้ดำเนินไปได้อย่างไร้อุปสรรค?

ข้อมูลเชิงลึกยังระบุอีกว่า ในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่น บ่อนแห่งนี้มีนักพนันแวะเวียนมาไม่ต่ำกว่า 200 คนต่อวัน มีเงินหมุนเวียนเฉลี่ยวันละ 2 ล้านบาท หรือมากกว่า 60 ล้านบาทต่อเดือน! ซึ่งตัวเลขมหาศาลขนาดนี้ ยิ่งตอกย้ำว่า… เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีใครรู้เห็น แผ่นดินไหวที่ สภ.โพธิ์กลาง เมื่อดาบนั้นคืนสนอง แรงสั่นสะเทือนจากปฏิบัติการครั้งนี้ส่งผลกระทบถึงต้นสังกัดทันที พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภ.3 มีคำสั่งด่วนย้าย 5 เสือ สภ.โพธิ์กลาง ตั้งแต่ระดับผู้กำกับการลงมา ให้ไปช่วยราชการที่ ศปก.ภ.3 ทันที พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมี พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น รอง ผบช.ภ.3 เป็นหัวเรือใหญ่ในการหาคำตอบที่สังคมคาใจ

ชนะหนึ่งคืน…แต่สงครามยังไม่จบ! ปฏิบัติการ “Rose Garden” อาจจะเป็นการปิดเกมได้ในหนึ่งคืน แต่มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการรื้อโครงสร้าง เพราะบ่อนการพนันไม่ได้ผุดขึ้นมาเองเหมือนดอกเห็ด แต่มันเติบโตได้เพราะมี “พื้นที่ปลอดภัย” ที่ถูกสร้างขึ้นโดยอำนาจที่มองไม่เห็น รองอธิบดีกรมการปกครอง ย้ำชัดว่า หลังจากนี้จะขยายผลถึงที่สุด ตั้งแต่การใช้อาคารผิดประเภทไปจนถึงผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพราะหากไม่รื้อให้ถึงรากแก้ว คืนนี้ปิดหนึ่งบ่อน พรุ่งนี้ก็อาจจะมีบ่อนใหม่เปิดไฟรออยู่ได้ทุกเมื่อ

ครั้งนี้ สังคมไม่ได้จับตาดูแค่ว่า “ใครถูกจับ” แต่กำลังเฝ้ามองว่า “ใครจะกล้า” ทำให้บ่อนใจกลางเมืองโคราช… ไม่กลับมาเปิดซ้ำเป็นครั้งที่ร้อย! #สมชาย จรรยา #somchai janya #บ่อนโคราช #กรมการปกครอง #มะเร็งร้ายที่เปิดซ้ำเปิดซ้อน #โคราชปลอดบ่อน #ตำรวจภูธรภาค 3 #ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา