เมื่อ “คดีเล็ก” กลายเป็นภัยคุกคาม… สู่ปฏิบัติการกวาดล้างนิติบุคคลอำพรางสะท้านชลบุรี

ชลบุรี – 17 กรกฎาคม 2569 – เช้าวันนี้ ปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่าย “นอมินีต่างด้าว เฟส 4” ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในจังหวัดชลบุรี สนธิกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย กระจายตัวเข้าปิดล้อม 41 จุดเป้าหมายสำคัญตามหมายค้นของศาล มุ่งเป้าทลาย 33 บริษัทที่เข้าข่ายเป็น “เปลือก” นิติบุคคล บังหน้าเพื่อหลบเลี่ยงบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเข้าจับกุมแบบฉาบฉวย แต่เป็นผลลัพธ์ของยุทธศาสตร์การสืบสวนเชิงลึกที่เชื่อมโยงร่องรอยนิติบุคคล ธุรกรรมที่ดิน และการถือครองหุ้นที่ซับซ้อนเข้าด้วยกัน จนเผยให้เห็นเครือข่ายที่ฝังรากลึกในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย

จาก “ร่องรอยคดีเล็ก” สู่การขุดรากถอนโคนเครือข่าย จุดเริ่มต้นของภารกิจนี้ เริ่มจากเบาะแสเล็กๆ ของคดีนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติในจังหวัดชลบุรี และคดีการใช้นอมินีในท้องที่ สภ.บ้านบึง เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกับเทคโนโลยีการสืบสวนสมัยใหม่ และการประสานความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่าง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมที่ดิน และสำนักงานสรรพากร ภาพของ “เครือข่ายนอมินี” ที่ซ่อนตัวอยู่ก็เริ่มชัดเจนขึ้น พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบการปฏิบัติการภาคสนาม กล่าวถึงนัยสำคัญของครั้งนี้ว่า “นี่คือจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายไทย จากเดิมที่มุ่งเน้นคดีเฉพาะตัวบุคคล ขยับสู่การ ‘ตรวจสอบเชิงโครงสร้าง’ เพื่อปกป้องธรรมาภิบาลทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างจริงจัง”
เจาะรอย “ผู้ถือหุ้นปริศนา” และตัวเลขที่น่ากังขา หัวใจสำคัญของการขยายผลครั้งนี้ คือการตรวจสอบ “บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น” ที่ผิดปกติ ข้อมูลเชิงลึกชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่น่าตกใจ เมื่อพบชื่อของ ผู้ทำบัญชีชาวไทย 2 ราย ปรากฏเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทต่างๆ รวมกันสูงถึง 186 แห่ง พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็น “จุดแดง” หรือสัญญาณเตือนที่นำไปสู่การเปิดโปงเครือข่ายอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ การสืบสวนยังขยายผลไปถึงโลกออนไลน์ พบเว็บไซต์ภาษารัสเซียที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางซื้อ-เช่าอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยแบบเบ็ดเสร็จ นำไปสู่การพบเครือข่ายที่จัดตั้งนิติบุคคลถึง 495 แห่ง เพื่อถือครองบ้านเดี่ยวในโครงการเดียวกันถึง 775 หลัง คิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 5,000 ล้านบาท

สัญญาณเตือนถึงนักลงทุนที่ไม่โปร่งใส ปฏิบัติการ “นอมินีต่างด้าว เฟส 4” คือเครื่องพิสูจน์ถึงความเด็ดขาดของรัฐบาล ภายใต้นโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และการกำกับดูแลโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ ศปชก.ตร. ผลจากการยึดเอกสารทางบัญชีและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มหาศาลในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่นำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาชาวรัสเซีย 4 รายที่ถูกควบคุมตัวได้เท่านั้น แต่ยังเป็น “ตัวชี้วัด” สำคัญที่รัฐบาลจะนำไปใช้กำหนดมาตรการตรวจสอบการถือครองอสังหาริมทรัพย์และนิติบุคคลของต่างชาติให้รัดกุมยิ่งขึ้นในอนาคต

ประเทศไทยยังคงยินดีต้อนรับนักลงทุนต่างชาติที่ประกอบธุรกิจด้วยความโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย แต่สำหรับเครือข่ายที่จ้องแสวงหาผลประโยชน์โดยอาศัยช่องว่างทางนิติบุคคล ปฏิบัติการในครั้งนี้คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า “ยุคของการใช้นิติบุคคลอำพราง…ได้เดินทางมาถึงจุดจบแล้ว” #canchaonews #นอมินีต่างด้าว #เศรษฐกิจไทย #กฎหมายธุรกิจ #ชลบุรี #ศปชกตร #จับกุมนอมินี #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #พลตอสำราญ นวมา #พลตทนพศิลป์ พูลสวัสดิ์
