อำนาจต้องมีจริยธรรม

มหาดไทยเดินหน้า 76 จังหวัด ปั้น อปท. โปร่งใส จาก “ทำถูกระเบียบ” สู่ “ทำถูกต้อง แก้ปัญหาได้ ประชาชนได้ประโยชน์”
ทุกลายเซ็นของข้าราชการท้องถิ่น ไม่ใช่แค่ขั้นตอนราชการ แต่คือคำตอบของคำถามที่ใหญ่กว่านั้น อำนาจรัฐถูกใช้เพื่อใคร และประชาชนได้อะไรจากอำนาจนั้นจริงหรือไม่ นี่คือแก่นของการขับเคลื่อน มาตรฐานจริยธรรมพนักงานส่วนท้องถิ่น ทั่ว 76 จังหวัด ที่กระทรวงมหาดไทยกำลังผลักดันให้พ้นจากการเป็นแค่ “ประมวลจริยธรรม” บนหน้ากระดาษ สู่การเป็นระบบราชการท้องถิ่นที่ซื่อสัตย์ โปร่งใส กล้าตัดสินใจ และที่สำคัญที่สุด ทำงานแล้วเปลี่ยนชีวิตประชาชนได้จริง
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 กระทรวงมหาดไทยจัดสัมมนาติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการมาตรฐานจริยธรรมพนักงานส่วนท้องถิ่นประจำจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี โดยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมบรรยายหัวข้อ “ความท้าทายการส่งเสริมจริยธรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”
จริยธรรม ไม่ใช่แค่ “ไม่โกง” หลายคนเข้าใจว่าจริยธรรมภาครัฐคือการ “ไม่ทุจริต” แต่ พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 วางมาตรฐาน 7 ประการที่ครอบคลุมกว้างกว่านั้นมาก ตั้งแต่ความซื่อสัตย์ ความกล้าทำสิ่งที่ถูกต้อง การยึดประโยชน์ส่วนรวม ไปจนถึงการมุ่งผลสัมฤทธิ์ เพราะเจ้าหน้าที่คนหนึ่งอาจไม่รับสินบนเลยสักบาท แต่ถ้าประชาชนมาติดต่อแล้วต้องรอโดยไม่มีเหตุผล ร้องเรียนแล้วไม่มีเจ้าภาพ หรือทำงานแค่ให้ “ครบขั้นตอน” โดยไม่สนว่าปัญหาคลี่คลายหรือไม่ นั่นก็ยังไม่ใช่จริยธรรมของรัฐที่สมบูรณ์ จริยธรรมภาครัฐยุคใหม่จึงต้องเดินไปพร้อมกันทั้ง ความสุจริต ความรับผิดชอบ ความเป็นธรรม ความโปร่งใส และผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้
จาก “ทำครบขั้นตอน” สู่ “แก้ปัญหาสำเร็จ” ราชการไม่ควรวัดผลงานแค่ว่าเบิกจ่ายงบได้กี่เปอร์เซ็นต์ หรือประชุมไปกี่ครั้ง แต่ต้องถามว่า ถนนดีขึ้นหรือยัง น้ำท่วมลดลงหรือไม่ ผู้สูงอายุและคนพิการได้รับสิทธิครบหรือเปล่า และเรื่องร้องเรียนของประชาชนถูกแก้ไขจริง ไม่ใช่แค่ถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ นี่คือเส้นแบ่งระหว่าง Output กับ Outcome ระหว่าง “ราชการที่ทำงานเสร็จ” กับ “ราชการที่แก้ปัญหาสำเร็จ” คำถามของผู้บริหารท้องถิ่นจึงไม่ควรจบแค่ “ทำได้หรือไม่ได้” แต่ต้องถามต่อว่า “ถ้าวิธีนี้ทำไม่ได้ตามกฎหมาย มีวิธีไหนที่ถูกกฎหมายและช่วยประชาชนได้จริง” เพราะการเอาระเบียบมาเป็นเกราะกำบังเพื่อเลี่ยงการแก้ปัญหา ก็ไม่ใช่การบริหารที่ดีเช่นกัน
“ถูกต้อง” ต้องมาก่อน “ถูกใจ” นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ประธานกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ย้ำหลักคิดสำคัญว่า การตัดสินใจของผู้บริหารต้องยึดความถูกต้องและคุณธรรมเหนือความถูกใจ เพราะการบริหารแบบ “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ไม่ได้แปลว่าประชาชนขออะไรก็ต้องทำหมด แต่หมายถึงการรับฟังทุกเสียง ใช้ข้อมูล ยึดกฎหมาย และตัดสินใจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เพราะความต้องการของคนบางกลุ่มไม่เท่ากับประโยชน์สาธารณะเสมอไป
Moral Courage กล้าหยุดสิ่งผิด กล้าทำสิ่งถูก จริยธรรมของผู้บริหารไม่ได้ต้องการแค่ “คนซื่อสัตย์” แต่ต้องการ “คนกล้า” หากพบคำสั่งที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้บริหารต้องกล้าทักท้วง กล้าเสนอทางเลือกที่ถูกต้อง เพราะคำว่า “ผู้บังคับบัญชาสั่งมา” ไม่ควรเป็นข้ออ้างให้ทิ้งความรับผิดชอบทางวิชาชีพ ขณะเดียวกัน หากเรื่องใดทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายและประชาชนกำลังเดือดร้อน ผู้บริหารก็ต้องกล้าตัดสินใจ เพราะบางครั้ง “การไม่ทำอะไร” อาจปลอดภัยสำหรับคนมีอำนาจ แต่ความล่าช้า คือต้นทุนมหาศาลของประชาชน ทุกบาทของงบประมาณ คือเงินของประชาชน เงินที่ อปท. บริหารไม่ใช่เงินของหน่วยงาน แต่เป็นทรัพยากรสาธารณะ ก่อนอนุมัติโครงการใดๆ คำถามจึงไม่ควรมีแค่ “มีงบหรือไม่ เบิกได้หรือไม่” แต่ต้องถามลึกกว่านั้นว่า จำเป็นจริงไหม คุ้มค่าไหม ใครได้ประโยชน์ และถ้ารายละเอียดถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ผู้บริหารอธิบายได้ตรงไปตรงมาหรือไม่
นี่คือจุดที่จริยธรรมเชื่อมเข้ากับธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง จาก “อบรมคนดี” สู่ “สร้างระบบที่ทำผิดได้ยาก” ความท้าทายที่แท้จริงของการขับเคลื่อนนี้คือ ต้องไม่จบแค่การสัมมนา แต่ต้องฝังมาตรฐานจริยธรรมเข้าไปใน Workflow ขององค์กร กำหนดระยะเวลาการให้บริการ ระบบติดตามคำร้อง ช่องทางร้องเรียน การเปิดเผยข้อมูล และการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มความโปร่งใส ให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าเรื่องอยู่ที่ใคร ถึงขั้นตอนไหน ใครรับผิดชอบ นี่คือการเปลี่ยนจากการหวังพึ่ง “คนดี” ไปสู่การสร้าง “ระบบที่ทำให้คนดีทำงานง่าย และคนคิดทำผิดทำได้ยาก”
“ปลัดท้องถิ่น” หลักของระบบ ปลัด อปท. ต้องรักษาสมดุล 4 ด้านพร้อมกัน คือ รักษากฎหมาย รักษาประโยชน์ประชาชน รักษาองค์กร และรักษาคน จึงไม่ควรเป็นเพียง “ผู้รักษาระเบียบ” แต่ต้องเป็น “ผู้รักษาความถูกต้องของระบบ”
5 คำถาม ก่อนใช้อำนาจรัฐ หลักการทั้งหมดกลั่นเป็นเครื่องมือง่ายๆ สำหรับผู้บริหารก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
1. ถูกกฎหมายหรือไม่?
2. ถูกต้องทางจริยธรรมหรือไม่?
3. เป็นธรรมกับทุกฝ่ายหรือไม่?
4. เกิดประโยชน์ต่อประชาชนหรือไม่?
5. หากเปิดเผยต่อสาธารณะ อธิบายได้ตรงไปตรงมาหรือไม่?
เพราะหนึ่งลายเซ็น อาจหมายถึงงบประมาณหลายล้านบาทและอนาคตของชุมชนไปอีกหลายปี
จาก Ethical Government สู่ Trusted Local Government เส้นทางการพัฒนาท้องถิ่นสรุปได้เป็นสมการเดียว จริยธรรม → ธรรมาภิบาล → ผลสัมฤทธิ์ → คุณค่าต่อประชาชน → ความไว้วางใจ เป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่แค่ “อปท. ที่ไม่โกง” แต่คือ “อปท. ที่ประชาชนไว้วางใจ” ท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงราชการที่ “ไม่โกง” แต่ต้องการราชการที่ “ไม่ทอดทิ้ง” ไม่ได้ต้องการผู้บริหารที่ “ทำถูกระเบียบ” แต่ต้องการผู้บริหารที่ “ทำสิ่งถูกต้อง และแก้ปัญหาได้จริง”
เพราะ “จริยธรรมของรัฐ” ไม่ได้พิสูจน์กันด้วยคำประกาศ แต่พิสูจน์ด้วยวันที่ประชาชนเดือดร้อน แล้วรัฐไม่ทอดทิ้งเขา #canchaonews #มหาดไทย #มาตรฐานจริยธรรม #อปท #องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น #ท้องถิ่นโปร่งใส #ธรรมาภิบาล #ปลัดท้องถิ่น #พรบมาตรฐานทางจริยธรรม
